ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดตรวจ ATK ยังไงให้เจอ วิธีแยงจมูกเด็กที่ถูกต้องไม่ให้เจ็บและแม่นยำ

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ในเด็กยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองอยู่เสมอ แม้ว่าในปัจจุบันความรุนแรงของโรคในเด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง แต่การตรวจคัดกรองที่แม่นยำและการดูแลรักษาที่ถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น บทความนี้จะสรุปแนวทางเชิงลึกในการตรวจ ATK (Antigen Test Kit) และการดูแลบุตรหลานให้ผ่านพ้นช่วงการเจ็บป่วยไปได้อย่างปลอดภัย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในเด็ก

โควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจของเด็ก จะเข้าไปจับกับตัวรับในเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว สำหรับเด็กที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายจะทำการกำจัดเชื้อได้เอง แต่ในกลุ่มเด็กเล็ก หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้ออาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการอักเสบหรือปอดอักเสบได้

วิธีตรวจ ATK ให้แม่นยำในเด็ก

ปัญหาที่พบบ่อยคือการตรวจไม่พบเชื้อแม้เด็กจะมีอาการ (ผลลบปลอม) ซึ่งมักเกิดจากการเก็บตัวอย่างไม่ถูกต้อง วิธีการที่ถูกต้องคือ:

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรตรวจเมื่อเด็กเริ่มมีอาการ หรือหลังจากสัมผัสผู้ติดเชื้อมาแล้วประมาณ 3-5 วัน
  • การเตรียมตัว: ให้เด็กนั่งบนตักผู้ปกครอง สวมกอดเพื่อความมั่นคง ไม่ให้ขยับตัวแรง
  • เทคนิคการแยง: ใช้ไม้ Swab แยงเข้าไปในรูจมูกในแนวราบขนานกับพื้น (ไม่แยงขึ้นด้านบน) ให้ลึกพอประมาณตามคำแนะนำของชุดตรวจแต่ละยี่ห้อ หมุนไม้เบาๆ เพื่อให้สารคัดหลั่งติดออกมา
  • การอ่านผล: ต้องอ่านผลตามเวลาที่กำหนดในฉลาก (ส่วนใหญ่คือ 15-30 นาที) การอ่านผลทิ้งไว้นานเกินไปอาจเกิดเส้นจางๆ ที่เรียกว่า Ghost line ซึ่งไม่ใช่ผลบวก
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเด็กมีอาการชัดเจนแต่ตรวจ ATK ครั้งแรกเป็นลบ ให้แยกกักตัวและตรวจซ้ำอีกครั้งใน 24-48 ชั่วโมงถัดไป เนื่องจากปริมาณเชื้ออาจยังไม่สูงพอในช่วงวันแรกของอาการ

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ควรสังเกต

เด็กที่ติดโควิดมักมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูง ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว หรือในเด็กเล็กอาจมีอาการเบื่ออาหาร ซึมลง หรือท้องเสียร่วมด้วย อาการมักจะรุนแรงที่สุดในช่วง 3 วันแรก และค่อยๆ ดีขึ้นหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอาการที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤต ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้สูงไม่ลดลงแม้จะกินยาลดไข้แล้ว
  • หายใจหอบเหนื่อย อัตราการหายใจเร็วผิดปกติ หายใจมีเสียงดัง หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ซึมลง ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างต่อเนื่อง
  • มีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะไม่ออกเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีอาการชักจากไข้ หรือระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้าน

การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการ ได้แก่:

  • การลดไข้: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การเช็ดตัว: หากไข้สูง ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่แนะนำให้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนได้ยากขึ้น
  • การชดเชยน้ำ: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แก่เด็กโดยเด็ดขาดหากยังไม่ได้วินิจฉัยแน่ชัดว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กทานเองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เพราะโควิดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะจะไม่ได้ผลและอาจเกิดผลข้างเคียงได้

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรับวัคซีนโควิด-19 ตามเกณฑ์อายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด การหมั่นล้างมือให้สะอาด และการรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับเชื้อโรคทุกชนิด

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่

  • ตรวจ ATK อย่างถูกวิธี: แยงในแนวราบ ไม่ฝืนใจเด็กจนเกินไป
  • สังเกตอาการใกล้ชิด: จดบันทึกอุณหภูมิและพฤติกรรมเด็กทุก 4 ชั่วโมง
  • งดกิจกรรมนอกบ้าน: แยกกักตัวเด็กจนกว่าจะครบกำหนดตามคำแนะนำแพทย์
  • เตรียมอุปกรณ์: เครื่องวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และยาสามัญประจำบ้านให้พร้อม
  • ปรึกษาแพทย์หากกังวล: หากอาการของลูกไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรพากุมารแพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down