ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกรักตัวร้อนตอนกลางคืน

อาการเจ็บป่วยของเด็กเล็กมักสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ลูกรักมีอาการตัวร้อนสูงขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล ทั้งที่ในช่วงเวลากลางวันหรือช่วงเช้าที่ผ่านมา (A.M.) เด็กยังมีสุขภาพร่าเริงและใช้ชีวิตตามปกติ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในทางการแพทย์ แต่เป็นรูปแบบการแสดงออกของโรคติดเชื้อหลายชนิดที่ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ การปล่อยให้เวลาร่วง Lเลยไปโดยขาดการสังเกตอาการที่ถูกต้อง อาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษาในช่วงเวลาสำคัญ

กลไกทางสรีรวิทยา ทำไมไข้จึงมักสูงขึ้นในเวลากลางคืน

ในทางการแพทย์ อุณหภูมิร่างกายของมนุษย์ถูกควบคุมโดยสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเทอร์โมสตัทของร่างกาย ตามธรรมชาติแล้วอุณหภูมิร่างกายจะมีความผันผวนตามนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) โดยจะต่ำลงในช่วงเช้าและสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเย็น เมื่อเด็กได้รับเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารไพโรเจน (Pyrogens) ออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายปรับตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ในเวลากลางคืน ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบจะหลั่งลดลง ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเต็มที่ ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในยามดึก

สาเหตุและเชื้อโรคที่พบบ่อยในเด็ก

การที่เด็กมีอาการไข้สูงเฉพาะตอนกลางคืนมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือการติดเชื้อไวรัสตามฤดูกาล เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) หรือเชื้อไวรัสโคโรนา อาการไข้ที่เกิดขึ้นอาจเริ่มต้นจากน้อยและลุกลามอย่างรวดเร็วเมื่อเด็กพักผ่อนและร่างกายเข้าสู่ภาวะการอักเสบเต็มรูปแบบ

สัญญาณเตือนอันตรายขั้นวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกมีอาการไข้ร่วมกับอาการเหล่านี้ในเวลากลางคืน ห้ามรอจนถึงรุ่งสางเด็ดขาด ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที
  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้จะให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็ดตัวอย่างถูกต้อง
  • อาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา หรือตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ริมฝีปากแห้งแตก ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) เกร็งกระตุก ตาค้าง
  • มีผื่นจุดเลือดออกตามผิวหนัง (Petechiae) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไข้เลือดออกหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด

วิธีประเมินความเร่งด่วนในยามวิกาล

เมื่อพบว่าลูกตัวร้อนตอนกลางคืน พ่อแม่ตั้งสติและประเมินอาการตามลำดับดังนี้ วัดอุณหภูมิร่างกายด้วยปรอทวัดไข้ที่ได้มาตรฐาน หากอุณหภูมิสูงกว่า 38.5 สามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียส ให้พิจารณาให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมรอบด้าน หากเด็กยังลุกขึ้นมาดื่มน้ำหรือเล่นได้บ้าง อาจเฝ้าระวังต่อได้ แต่หากมีอาการซึมหรือหายใจผิดปกติ ให้ถือเป็นกรณีฉุกเฉินทันที

วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านอย่างถูกต้อง

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของเด็กได้ในระดับหนึ่ง

  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสม (10-15 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด
  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง (Tepid Sponge) นาน 15 ถึง 20 นาที เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือนมแม่ น้ำเปล่าทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายระบายอากาศได้ดี ไม่ห่มผ้าหนาจนเกินไป

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล

เมื่อเดินทางถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ประเมินสัญญาณชีพ และตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม หากจำเป็นแพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยการแยงจมูก (Rapid Antigen Test) การเจาะเลือดเพื่อดูเม็ดเลือดขาว หรือการเอกซเรย์ปอด เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริงของการติดเชื้อและวางแผนการรักษาที่จำเพาะเจาะจง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง พาสุดยอดดวงใจรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดนัดหมายของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันเชื้อ RSV รวมถึงการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค

คำแนะนำจากคุณหมอ: สัญชาตญาณของคนเป็นแม่และพ่อมีความสำคัญมาก หากรู้สึกว่าลูกมีอาการผิดปกติแม้ว่าตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์จะไม่สูงมากนัก แต่เด็กดูอ่อนเพลียผิดปกติ ควรพามาพบแพทย์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down