ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกตัวร้อนเฉพาะตอนกลางคืน

อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กมักสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีอาการตัวร้อนสูงขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล ทั้งที่ตลอดช่วงเวลากลางวันในตอนเช้าหรือบ่ายเด็กยังมีท่าทีร่าเริง กินอาหารได้ปกติ และไม่มีไข้ ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติกุมารเวชศาสตร์ และมักทำให้ผู้ปกครองตื่นตระหนกจนอาจตัดสินใจให้ยาผิดวิธี อาการไข้ตอนกลางคืนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่เกี่ยวข้องกับกลไกทางสรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์และธรรมชาติของการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

กลไกทางสรีรวิทยา ทำไมไข้จึงมักสูงขึ้นตอนกลางคืน

ในยามค่ำคืน อุณหภูมิแกนกายของมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงตามนาฬิกาชีวภาพ นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะมีการทำงานที่เข้มข้นขึ้นในเวลากลางคืน โดยมีการหลั่งสารสื่ออักเสบและฮอร์โมนบางชนิด เช่น คอร์ติซอล ที่ลดลง ทำให้ความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายลดลงชั่วคราว เมื่อมีเชื้อโรคหรือภาวะอักเสบซ่อนอยู่ภายในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจึงพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมด้วยการยกระดับจุดตั้ง 1 ของอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น ส่งผลให้เด็กมีอาการหนาวสั่นและตัวร้อนจัดในช่วงเวลากลางคืน แม้ว่าในตอนกลางวันภูมิคุ้มกันจะยังสามารถประคับประคองอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ก็ตาม

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาเมื่อลูกมีไข้ตอนกลางคืน

การใช้ยาเพื่อลดไข้ในเด็กจะต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด ยาหลักที่ใช้ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็นกลุ่มที่ปลอดภัยและกลุ่มที่ต้องห้ามเด็ดขาด

ยาพาราเซตามอล ยาหลักอันดับแรกที่ปลอดภัย

ยาพาราเซตามอลเป็นยาตัวแรกที่กุมารแพทย์แนะนำให้ใช้เพื่อบรรเทาอาการไข้และอาการปวดในเด็ก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงหากใช้ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว

ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

เช่น ยาไอบูโพรเฟน สามารถใช้ลดไข้ได้เช่นกัน แต่มีข้อจำกัดและข้อห้ามในเด็กบางกลุ่ม เช่น เด็กที่เป็นโรคไข้เลือดออก หรือเด็กที่มีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและความเสี่ยงในการ 4 เลือดออกได้

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว

การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กต้องยึดตามน้ำหนักตัวจริง ไม่ควรยึดตามอายุ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง สามารถให้กินซ้ำได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และไม่ควรให้เกิน 5 ครั้งใน 1 วัน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามกะประมาณปริมาณยาด้วยช้อนชาทั่วไปเด็ดขาด ควรใช้กระบอกฉีดยาหรือช้อนตวงยาที่มีมากับ 3 ขวดพาราเซตามอลเพื่อให้ได้รับยาในปริมาณที่แม่นยำ ป้องกันการได้รับยาเกินขนาดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตับของเด็ก

ยาอันตรายและข้อห้ามเด็ดขาดในการใช้ลดไข้เด็ก

มีกลุ่มยาบางชนิดที่ห้ามซื้อให้เด็กกินเองเด็ดขาดเมื่อมีไข้ตอนกลางคืน ได้แก่

  • ยาแอสไพริน ห้ามใช้ในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองอักเสบอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้
  • ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ ห้ามซื้อให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาดหากไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ เนื่องจากการเจ็บป่วยส่วนใหญ่ในเด็กเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์รักษา และการใช้พร่ำเพื้อนจะสร้างเชื้อดื้อยา

การดูแลและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

นอกจากการให้ยาแล้ว การดูแลเด็กที่มีไข้ตอนกลางคืนต้องทำควบคู่กันไปเพื่อให้ไข้ลดลงอย่างปลอดภัย

การเช็ดตัวลดไข้

ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ การใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กชักจากไข้สูงได้

การให้น้ำและสารอาหาร

ให้เด็กดื่มน้ำเปล่าน้ำอุ่น หรือสารละลายเกลือแร่ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย

คำแนะนำจากคุณหมอ: สังเกตอาการรอบด้านของลูกร่วมด้วยเสมอ หากให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้วไข้ยังคงสูงต่อเนื่อง หรือเด็กมีอาการซึมลง ไม่ยอมดื่มน้ำ ควรรีบพาไปพบแพทย์ในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงรุ่งเช้า

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมกับไข้ตอนกลางคืน ถือเป็นสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้จะให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือร้องกวนงอแงผิดปกติไม่ยอมหยุด
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีอาการอาเจียนพุ่งอย่างรุนแรง
  • แสดงอาการภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือผ้าอ้อมแห้งเกิน 6 ชั่วโมง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การลดโอกาสการเกิดไข้ซ้ำๆ ทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังสัมผัสสิ่งสกปรก หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ และการพาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคตามกำหนดของกุมารแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแกร่งให้กับลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down