ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"กินยาแล้ว ทำไมยังใจสั่นไม่หาย?" สัญญาณเตือนเมื่อการรักษาเบื้องต้นอาจยังไม่เพียงพอ

หมอมักจะได้ยินคำถามจากผู้ป่วยหลายท่านที่เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยความกังวลใจว่า แม้จะได้รับยารักษาอาการใจสั่นมาทานประจำเป็นเวลานาน แต่อาการหัวใจเต้นสะดุด แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หรือรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก ก็ยังคงแวะเวียนกลับมาสร้างความรบกวนในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ คำถามสำคัญคือ เมื่อการรักษาเบื้องต้นไม่สามารถควบคุมอาการได้ดีพอ เรายังมีทางเลือกใดอีกบ้าง?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ไม่ใช่อาการที่ควรปล่อยผ่าน เพราะระบบไฟฟ้าหัวใจที่ทำงานผิดปกติอาจแฝงอันตรายตั้งแต่ความรำคาญใจ ไปจนถึงความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมองหรือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะในปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีและเทคนิคทางการแพทย์เชิงลึกที่ช่วยจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก

1. การใช้ยารักษาโรคหัวใจ: การควบคุมจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจ

ในการประเมินขั้นแรก แพทย์มักจะเริ่มต้นด้วยการปรับแต่งยารักษาโรคหัวใจให้เหมาะสมกับชนิดของการเต้นผิดจังหวะ โดยเป้าหมายของการใช้ยามี 2 แนวทางหลัก ได้แก่

  • การควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ (Rate Control): เป็นการใช้ยาเพื่อชะลอความเร็วของการเต้นของหัวใจไม่ให้เร็วเกินไป เช่น กลุ่ม Beta-blockers หรือ Calcium channel blockers เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ที่ไม่สามารถปรับจังหวะให้กลับมาราบรื่นได้
  • การควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ (Rhythm Control): เป็นการใช้ยากลุ่ม Antiarrhythmic drugs เพื่อปรับกระแสไฟฟ้าหัวใจให้กลับมาเต้นตามจังหวะปกติ (Normal Sinus Rhythm)

อย่างไรก็ตาม ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ได้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ เป็นเพียงการกดหรือควบคุมอาการไว้เท่านั้น และในผู้ป่วยบางราย การทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะดื้อยา ยาเสื่อมประสิทธิภาพ หรือเกิดผลข้างเคียงต่ออวัยวะอื่น เช่น ตับ ปอด หรือสายตา ซึ่งหากปรับยาแล้วยังควบคุมอาการไม่ได้ การขยับไปสู่แนวทางรักษาขั้นถัดไปจึงเป็นสิ่งจำเป็น

2. นวัตกรรมสายสวนจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation): ถอนรากถอนโคนต้นเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ หรือผู้ป่วยไม่ต้องการทานยาไปตลอดชีวิต การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยเทคโนโลยีสายสวนจี้ไฟฟ้าหัวใจ ถือเป็นหนึ่งในวิธีมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงมาก

กระบวนการนี้เริ่มจากการตรวจวิเคราะห์การนำไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study - EP Study) โดยแพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบเข้าไปยังหัวใจ เพื่อค้นหาจุดหรือวงจรไฟฟ้าที่ปล่อยสัญญาณผิดปกติอย่างแม่นยำ จากนั้นจะเลือกใช้พลังงานเพื่อทำลายจุดที่เป็นปัญหา:

  • การจี้ด้วยความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation): ใช้พลังงานความร้อนปล่อยผ่านปลายสายสวนเพื่อทำให้เนื้อเยื่อหัวใจบริเวณที่เป็นจุดกำเนิดไฟฟ้าผิดปกติเกิดการบล็อกสัญญาณ
  • การจี้ด้วยความเย็นจัด (Cryoablation): ใช้ความเย็นระดับติดลบในการแช่แข็งเนื้อเยื่อจุดที่มีปัญหา มักนิยมใช้ในภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาหัตถการและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง
"ข้อดีของการจี้ไฟฟ้าหัวใจคือ สามารถแก้ไขปัญหาที่จุดกำเนิดสัญญาณไฟฟ้าโดยตรง ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถหยุดทานยาหรือลดปริมาณยาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิม"

3. การฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (ICD): เกราะปกป้องชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงที่เกิดจากหัวใจห้องล่าง เช่น Ventricular Tachycardia (VT) หรือ Ventricular Fibrillation (VF) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Implantable Cardioverter Defibrillator หรือ ICD) ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่สำคัญที่สุด

ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์สำหรับการฝังเครื่อง ICD:

  • ผู้ป่วยที่เคยผ่านประสบการณ์ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรงและรอดชีวิตมาได้
  • ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง (Heart Failure) ที่มีค่าการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้าย (EF) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น กลุ่มอาการบรูการ์ดา (Brugada Syndrome) ที่มีความเสี่ยงสูง

เครื่อง ICD จะถูกฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า โดยมีสายนำสัญญาณเชื่อมต่อเข้าไปยังห้องหัวใจ เครื่องจะทำการเฝ้าระวังจังหวะการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง หากตรวจพบว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะในระดับอันตราย เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าไปกระตุกหัวใจให้กลับมาเต้นในจังหวะปกติทันที เปรียบเสมือนมีทีมแพทย์ฉุกเฉินคอยดูแลหัวใจอยู่ตลอดเวลา

วางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของแต่ละบุคคลมีรายละเอียดและความซับซ้อนที่แตกต่างกัน หากท่านหรือบุคคลใกล้ชิดได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วยังมีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก หรือหน้ามืดวูบอยู่ ไม่ควรลังเลที่จะเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiologist) เพื่อตรวจวินิจฉัยเชิงลึก และเลือกแนวทางการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เหมาะสมกับสรีระและรูปแบบชีวิตของท่านมากที่สุด เพราะการรักษาที่ตรงจุด ไม่เพียงแต่นำความสงบสุขในการดำเนินชีวิตกลับคืนมา แต่ยังหมายถึงการปกป้องชีวิตให้อยู่กับครอบครัวไปอีกยาวนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down