ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะเจ็บคอเฉียบพลันในเด็ก: อาการนำและกลไกพยาธิวิทยา

อาการเจ็บคอเฉียบพลัน (Acute Sore Throat) ในผู้ป่วยเด็กเป็นหนึ่งในอาการนำทางคลินิกที่พบได้บ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติทั่วไป แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะหายได้เอง (Self-limiting) แต่การทำความเข้าใจกลไกพยาธิสภาพ การแยกแยะสาเหตุของการติดเชื้อ และการประเมินความรุนแรงอย่างถูกต้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการวินิจฉัยเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในเด็ก

1. สาเหตุของการเกิดคอหอยและทอนซิลอักเสบเฉียบพลันจากการติดเชื้อ

คอหอยและทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pharyngotonsillitis) มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งสามารถจำแนกกลุ่มเชื้อก่อโรคออกเป็นสองกลุ่มหลักตามพยาธิกำเนิด ดังนี้:

  • การติดเชื้อไวรัส (Viral Infection): เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่พบในผู้ป่วยเด็ก (ประมาณร้อยละ 70-80) โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มปฐมวัย ไวรัสที่พบบ่อย ได้แก่ Adenovirus, Rhinovirus, Influenza virus, Parainfluenza virus, Enterovirus (เช่น Coxsackievirus ที่ก่อให้เกิดโรคเฮอร์แปงไจนา) และ Epstein-Barr virus (EBV) ที่ทำให้เกิดโรคโมโนนิวคลีโอซิส (Infectious Mononucleosis)
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Infection): แบคทีเรียก่อโรคที่มีนัยสำคัญทางคลินิกที่สุดคือ Streptococcus pyogenes หรือ Group A Beta-Hemolytic Streptococcus (GABHS) ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 15-30 ของผู้ป่วยเด็กที่มี อาการเจ็บคอเฉียบพลัน การระบุเชื้อนี้มีความสำคัญเนื่องจากต้องการการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ไข้รูมาติกเฉียบพลัน (Acute Rheumatic Fever) และโรคไตอักเสบเฉียบพลัน (Post-Streptococcal Glomerulonephritis)
กลไกพยาธิวิทยา: เมื่อเชื้อก่อโรคเข้าสู่เยื่อบุผิวคอหอย จะเกิดการเกาะติดและการรุกรานเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายหลั่งสารสื่ออักเสบ (Inflammatory mediators) เช่น Interleukins และ Prostaglandins สารเหล่านี้กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดการบวม (Edema) และมีเม็ดเลือดขาวมาคั่งในบริเวณเยื่อบุผิวคอหอยและต่อมทอนซิล ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นปลายประสาทรับความเจ็บปวด (Nociceptors) ในบริเวณลำคอ

2. อาการทางคลินิกที่พบบ่อยร่วมกับอาการเจ็บคอ

การจำแนกสาเหตุของโรคเบื้องต้นสามารถประเมินได้จากกลุ่มอาการร่วมที่ปรากฏร่วมกับอาการเจ็บคอ โดยแบ่งออกเป็นลักษณะเฉพาะทางคลินิกดังนี้:

  • อาการร่วมที่บ่งชี้การติดเชื้อไวรัส: มักพบอาการทางเดินหายใจส่วนบนอื่นๆ ร่วมด้วยอย่างชัดเจน เช่น ไอ มีน้ำมูก เสียงแหบ มีเยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) หรือพบลักษณะตุ่มแผลตื้นๆ บริเวณคอหอยและเพดานปาก
  • อาการร่วมที่บ่งชี้การติดเชื้อแบคทีเรีย (GABHS): มักมีไข้สูงเฉียบพลัน เจ็บคอรุนแรง ตรวจร่างกายพบต่อมทอนซิลโต แดงจัด และมีสิ่งคัดหลั่งเป็นหนองสีขาวเทาคลุมอยู่ (Tonsillar exudates) มีจุดเลือดออกบริเวณเพดานอ่อน (Palatal petechiae) มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอด้านหน้าโตและกดเจ็บ โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักไม่มีอาการไอ
  • อาการทางระบบ (Systemic Symptoms): ในเด็กโตมักมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนในเด็กเล็กอาจนำมาด้วยอาการปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย

3. การประเมินความรุนแรงของอาการกลืนลำบากในผู้ป่วยเด็กปฐมวัย

ในเด็กเล็กปฐมวัยที่ยังไม่สามารถสื่อสารหรือบอกเล่าความรู้สึกเจ็บปวดได้โดยตรง แพทย์และผู้ดูแลต้องอาศัยการประเมินการกลืนลำบาก (Dysphagia) และการกลืนเจ็บ (Odynophagia) ผ่านพฤติกรรมและสัญญาณชีพทางกายภาพ โดยแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ:

  • ระดับความรุนแรงน้อย (Mild): เด็กอาจแสดงอาการหงุดหงิดขณะรับประทานอาหาร เคี้ยวช้าลง หรือปฏิเสธอาหารแข็ง แต่ยังสามารถกลืนอาหารเหลวและน้ำได้ในปริมาณปกติ สัญญาณชีพและระดับความชุ่มชื้นในร่างกายยังคงเป็นปกติ
  • ระดับความรุนแรงปานกลาง (Moderate): เด็กปฏิเสธการรับประทานอาหารอย่างชัดเจน ดื่มได้เฉพาะน้ำในปริมาณที่ลดลง เริ่มมีภาวะน้ำลายสอในช่องปากเนื่องจากหลีกเลี่ยงการกลืนน้ำลาย และแสดงอาการร้องไห้โยเยทุกครั้งเมื่อพยายามกลืนน้ำ
  • ระดับความรุนแรงมาก (Severe): เด็กไม่ยอมกลืนอาหารหรือน้ำเลย และมีน้ำลายไหลออกจากมุมปากตลอดเวลา (Drooling) เนื่องจากไม่สามารถกลืนน้ำลายตัวเองได้ อาจพบสัญญาณของภาวะขาดน้ำระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท เบ้าตาลึก ปัสสาวะออกน้อยลงมาก และซึมลง
ข้อควรระวังทางคลินิก: หากพบผู้ป่วยเด็กที่มีอาการกลืนลำบากระดับรุนแรง ร่วมกับมีน้ำลายไหลยืด พูดเสียงอู้อี้เหมือนมีของร้อนอยู่ในปาก (Hot potato voice) หายใจเสียงดัง (Stridor) หรือต้องนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าและเชิดคางขึ้นเพื่อช่วยหายใจ (Tripod position) ต้องพึงระวังภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนเฉียบพลัน เช่น ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar abscess) หรือฝาปิดกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน (Acute epiglottitis) ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางกุมารเวชศาสตร์ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลโดยทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down