ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้สูง คัดจมูกเรื้อรัง น้ำมูกเปลี่ยนสีเป็นเขียวข้น: สังเกตอาการไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังหวัด

เวลาที่ลูกน้อยเริ่มมีอาการคัดจมูก น้ำมูกใส จาม หรือมีไข้ต่ำๆ คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงอาการไข้หวัดธรรมดาที่พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม หากผ่านไปเกือบสองสัปดาห์แล้ว อาการคัดจมูกของลูกยังไม่หายดี หรือกลับมาแย่ลงกว่าเดิมจนมีน้ำมูกเขียวข้นและไข้สูงขึ้นมาใหม่ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดทั่วไป แต่เป็นสัญญาณเตือนของ โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก ที่กำลังซ่อนตัวอยู่

พัฒนาการของโพรงไซนัสในเด็กเล็กและกลไกการเกิดโรค

หลายท่านอาจสงสัยว่าเด็กเล็กที่มีอายุเพียง 1-3 ขวบ สามารถเป็นโรคไซนัสอักเสบได้หรือไม่ ในทางกุมารเวชศาสตร์ โพรงข้างจมูกหรือโพรงไซนัส (Paranasal Sinuses) มีการเจริญเติบโตมาตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ โดยในเด็กแรกเกิดถึงเด็กเล็กจะมีโพรงไซนัสโหนกแก้ม (Maxillary sinus) และโพรงไซนัสระหว่างตา (Ethmoid sinus) พัฒนาขึ้นมาแล้ว ส่วนโพรงไซนัสหน้าผากและโพรงไซนัสรับอากาศด้านในจะค่อยๆ พัฒนาเมื่อเด็กโตขึ้น

เมื่อเด็กป่วยเป็นไข้หวัดจากเชื้อไวรัส เยื่อบุทางเดินหายใจและเยื่อบุภายในโพรงไซนัสจะเกิดการบวมและสร้างน้ำเมือกออกมา หากการบวมนั้นไปอุดตันรูเปิดของโพรงไซนัส น้ำเมือกจะไม่สามารถระบายออกมาตามปกติได้ เกิดการคั่งค้าง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในโพรงไซนัสเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อก่อโรคที่พบบ่อยได้แก่ Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae และ Moraxella catarrhalis นำไปสู่การอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนจนเกิดเป็น โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก ในที่สุด

3 สัญญาณเตือน: วิธีแยกแยะ "หวัดธรรมดา" กับ "โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก"

โดยทั่วไป ไข้หวัดธรรมดาในเด็กมักจะมีอาการรุนแรงที่สุดในช่วง 3-5 วันแรก และจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายสนิทภายใน 7-10 วัน แต่น้ำมูกเขียวข้นเพียงอย่างเดียวในช่วง 2-3 วันแรกของไข้หวัด ไม่ได้หมายความว่าเป็นไซนัสอักเสบเสมอไป เพราะเป็นกระบวนการปกป้องร่างกายตามธรรมชาติของเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการที่เข้าข่าย โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก ได้จาก 3 รูปแบบอาการหลัก ดังนี้

  • อาการเรื้อรังไม่ยอมหาย (Persistent Symptoms): มีอาการคัดจมูก น้ำมูกใสหรือมีสี และไอในตอนกลางวัน ต่อเนื่องยาวนานเกิน 10 วัน โดยไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น
  • อาการเริ่มแรกที่รุนแรง (Severe Onset): มีไข้สูงรุนแรงตั้งแต่ 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีน้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียวติดต่อกันอย่างน้อย 3-4 วันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มป่วย
  • อาการแย่ลงหลังจากทำท่าจะหาย (Worsening Course หรือ Double Sickening): อาการไข้หวัดเริ่มดีขึ้นแล้วในช่วงแรก แต่จู่ๆ กลับมามีไข้สูงขึ้นใหม่ น้ำมูกเพิ่มปริมาณมากขึ้น หรือเริ่มกลับมาไอหนักขึ้นกว่าเดิม
เด็กเล็กยังไม่สามารถบอกความรู้สึกปวดบริเวณหน้าผากหรือโหนกแก้มได้เหมือนผู้ใหญ่ สัญญาณแทรกซ้อนอื่นๆ ที่สังเกตได้คือ ลมหายใจมีกลิ่นปาก งอแงผิดปกติ ตื่นบ่อยตอนกลางคืนเนื่องจากไอหนัก หรือมีอาการบวมแดงรอบดวงตา

แนวทางการวินิจฉัยและการใช้ยาอย่างถูกต้องภายใต้การดูแลของแพทย์

การวินิจฉัย โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก อาศัยการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายทางกุมารเวชศาสตร์ เช่น การตรวจภายในโพรงจมูก (Anterior Rhinoscopy) เพื่อดูความบวมของเยื่อบุจมูกและลักษณะน้ำมูก โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพเอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เว้นแต่พบภาวะแทรกซ้อนที่สงสัยว่าเชื้อแพร่กระจายไปยังเบ้าตาหรือสมอง

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างถูกวิธี

เนื่องจากไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่มีรูปแบบอาการชัดเจนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จึงอาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ เช่น Amoxicillin หรือ Amoxicillin-Clavulanate ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษา การรับประทานยาปฏิชีวนะต้องปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยรับประทานยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดตามที่แพทย์สั่ง (โดยทั่วไปประมาณ 10-14 วัน หรือทานต่ออีกอย่างน้อย 7 วันหลังจากอาการหายดี) เพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ

การดูแลควบคู่และการบรรเทาอาการ

  • การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline): ช่วยชะล้างน้ำมูกที่อุดตัน ลดการอักเสบ และช่วยให้รูเปิดโพรงไซนัสระบายได้ดีขึ้น
  • การดูดน้ำมูกสำหรับเด็กเล็ก: ใช้ลูกยางแดงหรืออุปกรณ์ดูดน้ำมูกอย่างนุ่มนวลหลังจากหยดหรือล้างน้ำเกลือ
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: การดื่มน้ำอบอุ่นจะช่วยให้น้ำมูกและเสมหะเจือจางลง ระบายได้ง่ายขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาลดน้ำมูกหรือยาแก้แพ้กินเอง: ยาลดน้ำมูกบางชนิดทำให้สารต้านเมือกแห้งและเหนียวข้น ยิ่งส่งผลให้การระบายของโพรงไซนัสแย่ลง ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น

หากสงสัยว่าลูกน้อยกำลังมีภาวะแทรกซ้อนของ โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันในเด็กเล็ก การพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และช่วยให้ลูกน้อยกลับมาร่าเริงสดใสได้อย่างรวดเร็ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down