ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้สูงลอยเฉียบพลันที่ไม่มีอาการหวัด: สัญญาณแรกเริ่มที่ต้องเฝ้าระวัง

เวลาค่ำคืนที่เงียบสงบ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะตัวของลูกน้อยร้อนจัดราวกับไฟ ยิ่งเมื่อใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแล้วพบว่าสูงถึง 39 หรือ 40 องศาเซลเซียส ความวิตกกังวลย่อมเกิดขึ้นทันที และสถานการณ์จะยิ่งตึงเครียดมากขึ้นหากพบว่าหลังจากให้ยาลดไข้ไปแล้ว ไข้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย อาการ ลูกไข้สูงกินยาไม่ลด เป็นหนึ่งในอาการนำที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองและกุมารแพทย์อยู่เสมอ

ในกรณีที่เด็กมีไข้สูงเฉียบพลัน โดยไม่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจเด่นชัด เช่น ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก หรือไม่มีอาการจาม มีเพียงไข้ตัวร้อนจัดเพียงอย่างเดียว แพทย์จะเรียกลักษณะนี้ว่า "ไข้สูงลอย" (Sustained Fever) ซึ่งมักจะตอบสนองต่อยาลดไข้ได้น้อยมาก ไข้จะลดลงเพียงเล็กน้อยแล้วกลับมาสูงใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว ลักษณะอาการเช่นนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคติดเชื้อหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) โรคไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา

วิธีเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นอย่างถูกวิธี เพื่อการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อเผชิญกับภาวะ ลูกไข้สูงกินยาไม่ลด สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายของลูกได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุดไม่ใช่การป้อนยาซ้ำๆ แต่คือการเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอนทางการแพทย์ดังนี้

  • เตรียมอุปกรณ์: เตรียมอ่างใส่น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง (ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำใส่น้ำแข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดฝอยที่ผิวหนังหดตัว ร่างกายจะยิ่งกักเก็บความร้อนและอาจทำให้เด็กเกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางลำตัวสูงขึ้นไปอีก) พร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก 3-4 ผืน
  • ถอดเสื้อผ้า: ถอดเสื้อผ้าของลูกออกทั้งหมดเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีที่สุด และควรทำในห้องที่ไม่มีลมโกรกแรงหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัดจนเกินไป
  • ทิศทางการเช็ดตัว: ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด เช็ดตัวด้วยแรงปานกลางโดยเช็ดเข้าหาหัวใจ (เช็ดจากปลายมือปลายเท้าเข้าสู่ลำตัว) เพื่อเปิดรูขุมขนและช่วยให้เลือดไหลเวียนมาระบายความร้อนที่ผิวหนังได้ดีขึ้น
  • วางผ้าประคบจุดสำคัญ: นำผ้าชุบน้ำผืนอื่นมาพับและวางประคบไว้บริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน เช่น ข้อพับแขน ข้อพับขา ขาหนีบทั้งสองข้าง ซอกคอ และหน้าผาก เปลี่ยนผ้าบ่อยๆ ทุก 2-3 นาที เพื่อประสิทธิภาพในการดึงความร้อนออกจากร่างกาย
  • ระยะเวลาที่เหมาะสม: ควรใช้เวลาเช็ดตัวประมาณ 15-20 นาที หากลูกเริ่มมีอาการสั่นให้หยุดเช็ดตัวทันที จากนั้นซับตัวลูกให้แห้งสนิทและสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนาหรือห่มผ้าหนาๆ

ข้อจำกัดของยาลดไข้ในระยะแรกเริ่มของโรคไข้เลือดออก

เมื่อลูกมีไข้สูงลอยจากโรคไข้เลือดออก ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งเป็นยาลดไข้พื้นฐานจะมีข้อจำกัดในการออกฤทธิ์อย่างมาก เนื่องจากกระบวนการอักเสบในร่างกายจากเชื้อไวรัสไข้เลือดออกนั้นรุนแรง ยาพาราเซตามอลจึงมักจะทำได้เพียงประคับประคองไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปจนชัก แต่ไม่สามารถทำให้ไข้ลดลงมาเป็นปกติได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุด: ห้ามซื้อยาลดไข้ในกลุ่มยาแก้ปวดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาเมเฟนามิกแอซิด (Mefenamic acid) หรือยาแอสไพริน (Aspirin) มาให้ลูกรับประทานอย่างเด็ดขาดเมื่อสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของเกล็ดเลือด และระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าไข้สูงนี้ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาและต้องรีบพบแพทย์

การเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 วันแรกที่มีไข้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากพบว่า ลูกไข้สูงกินยาไม่ลด ควบคู่กับมีอาการแสดงดังต่อไปนี้ ควรรีบนำลูกไปพบแพทย์โดยทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด:

  • อาการซึมและอ่อนเพลียผิดปกติ: เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เล่นน้อยลง ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ แม้ในช่วงที่ไข้ลดลงชั่วคราวก็ยังดูเพลียและไม่ร่าเริง
  • เบื่ออาหารและอาเจียน: ปฏิเสธการดื่มนม น้ำ หรืออาหาร มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนบ่อยครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง: พบจุดสีแดงเล็กๆ คล้ายรอยยุงกัดกระจายตามแขน ขา หรือลำตัว โดยจุดเหล่านี้เมื่อลองใช้มือกดหรือดึงผิวหนังให้ตึงแล้วจะไม่จางหายไป หรือมีอาการเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน
  • ปวดท้องรุนแรง: บ่นปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับที่อาจมีอาการโตและอักเสบจากโรคไข้เลือดออก
  • เข้าสู่ระยะไข้ลดแต่กลับมีอาการแย่ลง: นี่คือลักษณะเฉพาะที่อันตรายที่สุดของโรคไข้เลือดออก เมื่อไข้เริ่มลดลง (มักเป็นวันที่ 3-5 ของไข้) แต่เด็กกลับมีอาการซึมลง มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกจากการรั่วของพลาสมา ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด

การเข้าใจกลไกของไข้สูงและการดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีสติ การเช็ดตัวที่ถูกหลักวิชาการและการเลือกใช้ยาลดไข้ที่ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการสังเกตสัญญาณเตือนอันตราย จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down