ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B ใครอันตรายกว่ากัน และความจริงที่พ่อแม่ต้องรู้

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ในเด็กเล็กโดยเฉพาะกลุ่มทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ความรุนแรงของโรคอาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจและอวัยวะสำคัญได้มากกว่าปกติ คำถามที่พบบ่อยในคลินิกกุมารเวชคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B นั้นสายพันธุ์ไหนอันตรายกว่ากัน ในความเป็นจริงทั้งสองสายพันธุ์มีความสามารถในการก่อโรคได้รุนแรงพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยและสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ A มักมีการกลายพันธุ์ที่รวดเร็วและสามารถระบาดในวงกว้างได้มากกว่า ส่วนสายพันธุ์ B มักพบการระบาดในกลุ่มเด็กและโรงเรียนเป็นหลัก

สาเหตุและกลไกการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) เป็นเชื้อกลุ่ม RNA Virus โดยสายพันธุ์หลักที่ก่อโรคในมนุษย์คือ A และ B การติดต่อเกิดขึ้นผ่านการสูดดมละอองฝอย (Droplets) จากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำเข้าสู่ร่างกายผ่านจมูกหรือปาก เชื้อจะเข้าไปยึดเกาะกับเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองด้วยการเกิดไข้สูงและการอักเสบของเนื้อเยื่อ

อาการแสดงและระยะของโรคที่ควรสังเกต

ระยะฟักตัวของเชื้อโดยทั่วไปอยู่ที่ 1-4 วัน อาการมักเริ่มต้นอย่างเฉียบพลันด้วยไข้สูงลอย 38.5-40 องศาเซลเซียส เด็กจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร และอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หรือไอแห้งๆ ในเด็กเล็กอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย ระยะเวลาในการป่วยมักอยู่ที่ 5-7 วัน แต่หากได้รับการรักษาที่ล่าช้า อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ (Pneumonia) หูชั้นกลางอักเสบ หรือสมองอักเสบได้

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที:
  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่
  • อาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว อกบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ซึมลงมาก ไม่ยอมรับประทานนมหรืออาหาร ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) หรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป
  • ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ

วิธีตรวจวินิจฉัยและรักษาทางการแพทย์

การวินิจฉัยในปัจจุบันใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Influenza Rapid Antigen Test) ผ่านการป้ายสารคัดหลั่งในจมูก (Swab) ซึ่งให้ผลรวดเร็วและแม่นยำสูง หากผลเป็นบวก กุมารแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs) เช่น Oseltamivir ซึ่งหากได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ จะช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

การดูแลรักษาที่บ้านอย่างถูกต้อง

  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย โดยเช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อเปิดรูขุมขน ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำแข็งเช็ดตัวโดยเด็ดขาด
  • การให้ยาลดไข้: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การเติมน้ำในร่างกาย: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญมาก

ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดภาวะ Reye Syndrome ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากสงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออก เนื่องจากยาในกลุ่ม NSAIDs อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเป็นอันตรายต่อไตได้

การป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

วิธีที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) ประจำปี ซึ่งควรฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ควรเน้นย้ำเรื่องสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อในโรงเรียนและครอบครัว

บทสรุปสำหรับพ่อแม่ในการรับมือไข้หวัดใหญ่

การสังเกตอาการและดูแลให้ถูกวิธีคือกุญแจสำคัญ พ่อแม่ควรจดบันทึกอุณหภูมิร่างกายและพฤติกรรมการทานอาหารของลูกอย่างใกล้ชิด หากลูกมีอาการที่เข้าข่ายสัญญาณอันตราย อย่าลังเลที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินจากกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down