ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์การแพร่ระบาดและภาพรวมของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A) ถือเป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสนามเด็กเล่น กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือทารกและเด็กเล็กเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งหากได้รับเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการเตรียมตัวรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องลูกรัก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นเชื้อไวรัสอาร์เอ็นเอ (RNA Virus) ในตระกูล Orthomyxoviridae ซึ่งมีความสามารถในการกลายพันธุ์หลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ง่าย เชื้อนี้ติดต่อผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยของผู้ติดเชื้อ เมื่อเด็กสูดดมละอองฝอยเหล่านี้เข้าไป หรือสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าปาก จมูก หรือขยี้ตา เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เยื่อบุทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ บวม และมีสารเสมหะคั่งค้าง

ปัจจัยที่ทำให้โรครุนแรงขึ้นในเด็กเล็ก

เด็กเล็กมีทางเดินหายใจขนาดเล็กและแคบกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเกิดการอักเสบและมีเสมหะจึงทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่าย นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถขับเสมหะออกได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เชื้อโรคมีโอกาสลุกลามลงสู่ปอดและหลอดลมส่วนล่างได้ง่ายกว่าวัยอื่นๆ

อาการแสดงสำคัญและระยะของโรค

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มักจะเกิดขึ้นอย่างกพลันและมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: มีไข้สูงฉับพลัน (มักสูงเกิน 38.5 ถึง 39 องศาเซลเซียส) หนา ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวอย่างรุนแรง และมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะอาการเด่นชัด: เริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอแห้งๆ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำใสๆ ไหล อาเบื่ออาหาร และในเด็กเล็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว: ไข้จะเริ่มลดลงภายใน 3 ถึง 5 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการไอและอ่อนเพลียอาจหลงเหลืออยู่บ้างแต่จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากลูกมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดเมื่อยตัวและอ่อนเพลียมากในช่วงที่มีการระบาด ให้สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ไว้ก่อนและควรแยกเด็กออกจากสมาชิกคนอื่นในครอบครัวทันทีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้เด็กส่วนใหญ่จะสามารถหายจากโรคได้เองเมื่อได้รับการดูแลตามอาการอย่างถูกต้อง แต่หากพบอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (ภาวะพร่องออกซิเจน)
  • มีอาการชักเกร็งจากไข้สูง
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดเกิน 6 ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจคัดกรองเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Test - RIDT) โดยการใช้อุปกรณ์ก้านสำลีกวาดเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก ซึ่งทราบผลได้รวดเร็วภายใน 15 นาที ช่วยให้สามารถเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่จำเป็น

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มุ่งเน้นไปที่การรักษาตามอาการและการให้ยาต้านไวรัสในกลุ่มที่แพทย์ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง

  • การให้ยาต้านไวรัส: ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) จะมีประสิทธิภาพสูงสุดหากได้รับภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาการเจ็บป่วยได้
  • การลดไข้และการเช็ดตัว: ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน พร้อมทั้งให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง
  • การดื่มน้ำและสารอาหาร: ส่งเสริมให้เด็กจิ้บน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และเลือกรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปอุ่นๆ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต และหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนหากยังไม่ตัดโรคไข้หวัดใหญ่ออก หรือในรายที่มีไข้สูงร่วมกับการอาเจียนมากเพื่อป้องกันผลต่อการทำงานของไต

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัย

การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลสำหรับเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเสมอ โดยใช้ขนาด 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามให้ยาเกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดเด็ดขาด ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กทานเองเนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นประจำทุกปี แนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยในปีแรกเด็กเล็กต้องฉีด 2 เข็มเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน และฉีดกระตุ้นปีละ 1 เข็ม นอกจากนี้ควรปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down