ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคไวรัสตับอักเสบเอและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สร้างความเสียหายให้กับตับอย่างรุนแรง ซึ่งติดต่อได้ง่ายผ่านทางน้ำและอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้ออุจจาระของผู้ป่วย เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความทนทานสูงในสิ่งแวดล้อม และสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในชุมชน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด อาการของโรคอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ โดยในเด็กเล็กมักจะไม่แสดงอาการชัดเจน แต่ในเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ จะมีอาการป่วยที่รุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ปัสสาวะสีเข้มเหมือนชาแก่ และมีอาการดีซ่าน (ตัวเหลืองตาเหลือง) ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการพักฟื้น การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคตับอักเสบรุนแรง

สาเหตุ กลไกการเกิดโรค และเส้นทางการแพร่ระบาด

เชื้อไวรัสไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus - HAV) จัดอยู่ในตระกูล Picornaviridae เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อน เชื้อจะเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และมุ่งตรงไปยังตับซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ไวรัสจะเข้าสู่เซลล์ตับ (Hepatocytes) และใช้กระบวนการภายในเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวน จากนั้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองต่อเซลล์ตับที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวม และทำลายเซลล์ตับบางส่วน การทำงานของตับในการขับสารพิษ สร้างโปรตีน และเผาผลาญสารอาหารจึงลดลงชั่วคราว ระยะฟักตัวของโรคค่อนข้างนาน โดยเฉลี่ยประมาณสิบห้าถึงถึงห้าสิบวันก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการป่วย ทำให้ผู้ป่วยบางรายอาจเผลอแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวในช่วงที่ยังไม่มีอาการ

อาการเด่นชัดและระยะเวลาการดำเนินโรค

การดำเนินของโรคไวรัสตับอักเสบเอแบ่งออกเป็นหลายระยะ เริ่มตั้งแต่ระยะรับเชื้อ ระยะก่อนมีอาการดีซ่าน ระยะที่มีอาการดีซ่าน และระยะฟื้นตัว โดยในระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้ต่ำ ต่อมาจะเข้าสู่ระยะที่ตับเริ่มอักเสบมากขึ้น สังเกตได้จากปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นอย่างชัดเจน อุจจาระมีสีซีดลง และตามด้วยอาการตัวเหลืองตาเหลือง อาการคันตามผิวหนังเนื่องจากมีเกลือของน้ำดีคั่งในกระแสเลือด ในเด็กเล็กอาการเหล่านี้อาจหายไปได้เองค่อนข้างเร็วและมีความรุนแรงน้อย แต่ในผู้ใหญ่อาการดีซ่านอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์ และมีความเสี่ยงต่อภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) แม้ว่าจะพบน้อยแต่เป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms): หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่ อาการซึมลง สับสน พูดจาไม่ ูเรื่อง มีอาการเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน อาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับอาเจียนไม่หยุด ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะมีน้ำในช่องท้อง หรือตัวเหลืองตาเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะตับวายเฉียบพลันที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยว่ามีการติดเชื้อที่ตับ แพทย์จะดำเนินการซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งประวัติการรับประทานอาหาร การเดินทาง ประวัติการสัมผัสผู้ป่วยโรคตับอักเสบ และประวัติการรับวัคซีน จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินขนาดของตับ อาการกดเจ็บ และภาวะดีซ่าน การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (Anti-HAV IgM) ซึ่งจะพบได้สูงในช่วงที่มีการติดเชื้อเฉียบพลัน และการตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Tests) เพื่อดูระดับเอนไซม์ตับ (ALT และ AST) รวมถึงระดับบิลิรูบินในเลือดว่าสูงผิดปกติมากน้อยเพียงใด

วิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์และการปฏิบัติตัวที่บ้าน

ปัจจุบันยังไม่มี ยาต้านไวรัสจำเพาะสำหรับรักษาโรคไวรัสตับอักเสบเอโดยตรง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อได้เอง แนวทางการดูแลรักษาประกอบด้วยการพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมาก งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเพิ่มภาระและความเสียหายให้กับเซลล์ตับที่กำลังอักเสบ หลีกเลี่ยงการรับประทานยา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีพิษต่อตับ (Hepatotoxic drugs) โดยต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น การรับประทานอาหารควรเลือกอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัด และมีสารอาหารครบถ้วน หากมีอาการคลื่นไส้มากจนรับประทานอาหารไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณาให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบเอที่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัว ผู้ดูแลควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม แยก ภาชนะ ช้อนส้อม และแก้วน้ำส่วนตัว เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในบ้าน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ราคาเท่าไหร่ และข้อมูลสำคัญที่ควรรู้

การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยวัคซีนทำมาจากเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี สำหรับคำถามที่ว่าวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ราคาเท่าไหร่ โดยทั่วไปราคาจะแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาล โรงพยาบาลรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน โดยราคาต่อเข็มมักจะอยู่ระหว่างแปดร้อยบาทถึงสองพันบาทต่อเข็ม ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและค่าบริการทางการแพทย์ของแต่ละแห่ง วัคซีนนี้จะต้องฉีดทั้งหมดสองเข็ม โดยเข็มที่สองจะเว้นระยะห่างจากเข็มแรกประมาณหกถึงสิบสองเดือน เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงพอและสามารถป้องกันโรคได้ในระยะยาวนานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิต

อาการแพ้ที่พบบ่อยและอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน

หลังการรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ผู้รับบริการอาจพบอาการข้างเคียงเฉพาะที่หรืออาการทั่วไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่รุนแรงและสามารถหาย ้ได้เองภายในสองถึงสามวัน อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวด บวม แดง หรือร้อนบริเวณตำแหน่งที่ฉีด บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อย สำหรับอาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก เช่น มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม คอพอก หายใจลำบาก หรือวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มักจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังฉีด ดังนั้นสถานพยาบาลทุกแห่งจึงมีมาตรการให้ผู้รับบริการนั่งพักรอดูอาการอย่างน้อยสามสิบนาทีหลังฉีดวัคซีนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (ข้อห้ามและข้อควรระวัง)

แม้ว่าวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอจะเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ไม่ควรได้รับวัคซีนนี้ หรือต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอในเข็มแรก หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบใดๆ ของวัคซีนอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันรุนแรง มีไข้สูง ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • สตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร แม้จะไม่มีรายงานอันตรายชัดเจน แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับเป็นรายบุคคล
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง อาจทำให้การตอบสนองต่อวัคซีนลดลง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมตามความจำเป็น

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

นอกจากการฉีดวัคซีนครบสองเข็มตามกำหนดแล้ว การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ ควรยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำที่ผ่านการต้มสุก ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ หรืออาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน การปฏิบัติตัวเหล่านี้ร่วมกับการได้รับวัคซีนจะช่วยปกป้องท่านและคนที่ท่านรักจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อย่างยั่งยืน

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้รับบริการ: ประเมินความเสี่ยงของตนเอง สอบถามราคาและปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนจำนวนสองเข็มตามกำหนดเวลา สังเกตอาการข้างเคียงหลังฉีดอย่างน้อยสามสิบนาที และยังคงต้องรักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหารและการล้างมืออย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพตับที่แข็งแรงในระยะยาว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down