ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและการป้องกันโรคตับในเด็กเล็ก

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหารและตับที่เกิดจากไวรัสไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus) ซึ่งมีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วผ่านทางน้ำและอาหารที่มีการปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ ในเด็กเล็กระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อและแสดงอาการรุนแรง แม้ว่าในอดีตโรคนี้อาจดูไกลตัวเนื่องจากสุขอนามัยที่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันการพาเด็กเล็กไปรับ วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ จำเป็นไหมสำหรับเด็กเล็ก ถือเป็นคำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันหมู่ในชุมชนอาจไม่ครอบคลุมทั่วถึง การฉีดวัคซีนจึงเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในระยะยาว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบเอเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือแม้แต่การสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าปาก เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเดินทางผ่านทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และมุ่งตรงไปยังตับซึ่งเป็นอเป้าหมายหลัก เชื้อจะเข้าไปสะสมและเพิ่มจำนวนในเซลล์ตับ (Hepatocytes) ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบของเนื้อตับ ส่งผลให้การทำงานของตับในการสร้างน้ำดี เมแทบอลิซึมสารอาหาร และการขับสารพิษออกจากร่างกายลดลง ระยะฟักตัวของโรคค่อนข้างนาน เฉลี่ยประมาณสี่สัปดาห์ ทำให้เด็กอาจรับเชื้อมาโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัวและแพร่เชื้อต่อไปยังบุคคลอื่นในครอบครัวหรือโรงเรียนอนุบาลได้

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรคในเด็ก

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบเอในเด็กเล็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยเด็กอายุต่ำกว่าหกปีส่วนใหญ่เมื่อติดเชื้ออาจแสดงอาการน้อยมากหรือไม่แสดงอาการเลย (Asymptomatic) แต่สามารถเป็นพาหะแพร่เชื้อได้ ในขณะที่เด็กโตและวัยรุ่นจะเริ่มมีอาการแสดงที่ชัดเจน แบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (Prodromal Phase): มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และรู้สึกอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะตัวเหลืองตาเหลือง (Icterus Phase): หลังจากมีอาการนำประมาณหนึ่งสัปดาห์ จะเริ่มสังเกตเห็นปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำชา ตามด้วยอาการตาเหลืองและผิวหนังเหลือง (Jaundice) เนื่องจากสารบิลิรูบินในเลือดสูงขึ้น ร่วมกับมีอาการปวดแน่นบริเวณชายโครงขวา
  • ระยะฟักตัวและฟื้นตัว (Convalescent Phase): อาการตัวเหลืองจะค่อยๆ ลดลงและหายไปภายในสองถึงสามสัปดาห์ อาการเบื่ออาหารจะดีขึ้นตามลำดับ แต่เด็กอาจยังคงมีอาการอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่ระยะหนึ่ง
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที: หากเด็กมีอาการอาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปวดท้องรุนแรง ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล หรือมีจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กมีอาการน่าสงสัย แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการรับประทานอาหารและการเดินทาง ร่วมกับการตรวจร่างกายเพื่อประเมินขนาดของตับและม้าม การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญ ได้แก่ การเจาะเลือดเพื่อตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Tests) ซึ่งจะพบเอนไซม์ตับ (ALT และ AST) สูงขึ้นอย่างมาก และระดับบิลิรูบินสูงขึ้น นอกจากนี้แพทย์จะส่งตรวจหาภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบเอชนิดไอจีเอ็ม (Anti-HAV IgM) เพื่อยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน

วิธีดูแลรักษาและการจัดการเมื่อเด็กติดเชื้อ

ปัจจุบันยังไม่มี ยาต้านไวรัส จำเพาะสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบเอ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ

  • การพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมากเพื่อให้ตับได้ฟื้นฟูตัวเอง
  • การให้สารน้ำและเกลือแร่ที่เพียงพอในกรณีที่มีอาการอาเจียน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด และแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ เพื่อลดภาระการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการให้ยาที่ต้องเมแทบอลิซึมผ่านตับ หรือยาที่อาจเป็นพิษต่อตับ รวมถึงอาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิด เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น
คำแนะนำจากคุณหมอเรื่องการใช้ยา: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดลดไข้บางชนิดให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาพาราเซตามอลต้องอยู่ภายใต้ขนาดที่เหมาะสมคือน้ำหนักตัวคูณสิบถึงสิบห้าสิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในปริมาณมากเกินความจำเป็นเนื่องจากตับกำลังอยู่ในภาวะอักเสบ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ความจำเป็นและแผนการฉีดที่เหมาะสม

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอจัดเป็นวัคซีนเสริมที่มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์มากกว่าร้อยเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แผนการฉีดตามคำแนะนำของกุมารแพทย์คือเริ่มฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุครบหนึ่งปีขึ้นไป โดยฉีดทั้งหมดสองเข็ม เว้นระยะห่างกันประมาณหกถึงสิบสองเดือน การฉีดเข็มแรกจะเริ่มกระตุ้นภูมิคุ้มกันระดับหนึ่ง และการฉีดเข็มที่สองจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับสูงและคงอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังฉีดวัคซีนและวิธีรับมืออย่างถูกวิธี

เช่นเดียวกับวัคซีนทั่วไป วัคซีนไวรัสตับอักเสบเออาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเฉพาะที่และอาการทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่มีความรุนแรงน้อยและหายได้เองภายในสองถึงสามวัน ดังนี้

  • อาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด: สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นเบาๆ ในช่วงวันแรกหลังฉีด
  • มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ หรือรู้สึกอ่อนเพลีย: สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวของเด็ก และเช็ดตัวเพื่อลดไข้
  • อาการคลื่นไส้หรือเบื่ออาหารเล็กน้อย: ให้เด็กดื่มน้ำอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

ข้อควรระวังและข้อห้ามในการฉีดวัคซีน

เด็กที่มีประวัติแพ้ยุนส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรงในเข็มแรก หรือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันร่วมกับมีไข้สูง ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติ สำหรับเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง ควรปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางก่อนรับวัคซีนทุกครั้ง

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เช็คลิสต์การปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง:
- พาเด็กอายุตั้งแต่หนึ่งปีไปรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอครบสองเข็มตามกำหนด
- ปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม โดยต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
- สังเกตอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน และพาไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติรุนแรง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down