ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสำคัญและภาพรวมของโรคไวรัสตับอักเสบ เอ

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สร้างความกังวลใจให้กับระบบสาธารณสุขทั่วโลก เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความสามารถในการทนทานต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี และติดต่อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเดินทางไปสู่ตับและก่อให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

ในประเทศไทย แม้ว่าสุขอนามัยในปัจจุบันจะพัฒนาขึ้นมาก แต่การแพร่ระบาดยังคงเกิดขึ้นได้ประปราย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับภูมิคุ้มกันมาก่อน เมื่อติดเชื้อแล้ว ผู้ใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กเล็ก การฉีดวัคซีนป้องกันจึงเป็นมาตรการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบ เอ

เชื้อไวรัสไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A Virus หรือ HAV) จัดอยู่ในกลุ่ม Picornaviridae เชื้อนี้มีความคงทนต่อความร้อน กรด และสารเคมีบางชนิด ทำให้สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวหรือในอาหารได้เป็นเวลานาน กลไกการติดต่อหลักคือระบบทางเดินอาหาร หรือที่เรียกว่า Fecal-Oral Route

  • การรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารทะเลจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน
  • การดื่มน้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่ไม่ผ่านการกรองหรือต้มให้สะอาด
  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ โดยไม่ได้ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
  • การเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคสูง

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินของโรค

หลังจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกาย จะมีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 15 ถึง 50 วัน (โดยทั่วไปประมาณ 28 วัน) ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการ โดยอาการของโรคจะมีความแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ดังนี้

อาการในเด็กเล็ก

เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ส่วนใหญ่เมื่อติดเชื้อแล้วมักจะไม่แสดงอาการ (Asymptomatic) หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยคล้ายโรคหวัด ทำให้ผู้ปกครองอาจไม่ทราบว่าเด็กติดเชื้อ

อาการในเด็กโตและผู้ใหญ่

มักแสดงอาการอย่างเฉียบพลันและรุนแรง ประกอบด้วย อาการไข้ต่ำ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดบริเวณชายโครงขวา (ตำแหน่งของตับ) ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนชาเข้มหรือน้ำโค้ก อุจจาระมีสีซีด และมีอาการดีซ่าน (ตัวเหลือง ตาเหลือง) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการขับสารบิลิรูน (Bilirubin)

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms): หากผู้ป่วยมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองร่วมกับอาการซึม สับสน พูดจาสับสน เลือดออกง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลรักษาในห้องอภิบาลผู้ป่วยหนักโดยแพทย์เฉพาะทางทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ จะดำเนินการวินิจฉัยผ่านขั้นตอนทางการแพทย์ที่แม่นยำ ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติการรับประทานอาหาร การเดินทาง และตรวจหารอยโรค เช่น ภาวะตับโตหรืออาการดีซ่าน
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ (Blood Test): เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจง เช่น Anti-HAV IgM ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อในปัจจุบัน หรือระยะเฉียบพลัน และ Anti-HAV IgG ซึ่งบ่งบอกถึงภูมิคุ้มกันในอดีตหรือหลังการฉีดวัคซีน
  • การตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Tests): ตรวจวัดระดับเอนไซม์ตับ เช่น AST, ALT, ALP และระดับบิลิรูนในเลือด เพื่อประเมินความรุนแรงของการอักเสบในตับ

วิธีรักษาและการดูแลตนเองเมื่อป่วย

ปัจจุบันยังไม่มีการใช้ยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ เอ การรักษาจึงเป็นไปตามอาการ (Supportive Care) เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ

  • การพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมากเกินไป
  • การรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเพิ่มภาระการทำงานให้แก่ตับ
  • การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในรายที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงและมีภาวะขาดน้ำ
  • การติดตามอาการและเจาะเลือดดูการทำงานของตับเป็นระยะจนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ
ข้อควรระวังสำคัญเรื่องการใช้ยา: ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ห้ามซื้อยาชุด ยาแก้ปวดบางชนิด หรือสมุนไพรบำรุงตับมารับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากตับกำลังอักเสบและไม่สามารถเผาผลาญยาได้ดี อาจทำให้เกิดภาวะพิษต่อตับ (Drug-induced Liver Injury) ได้ การใช้ยาพาราเซตามอลต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อมูลสำคัญก่อนฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A Vaccine) ทำมาจากเชื้อไวรัสที่ถูกทำให้ตายด้วยสารเคมี (Inactivated Vaccine) จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ก่อให้เกิดโรค ตัววัคซีนจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody) ขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตารางการฉีดวัคซีนและขนาดยา

การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ ในปัจจุบัน แนะนำให้ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม

  • เข็มที่ 1: ฉีดตามกำหนดนัดหมายของแพทย์
  • เข็มที่ 2: ฉีดกระตุ้นห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 ถึง 12 เดือน เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันคงอยู่ได้ในระยะยาว (คาดว่าสามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต)
  • สามารถเริ่มฉีดได้ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ ราคาเท่าไหร่

ราคาค่าบริการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ จะมีความแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาล โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกเวชกรรม โดยทั่วไปราคาต่อเข็มจะอยู่ที่ประมาณ:

  • โรงพยาบาลรัฐ: ราคาประหยัด อยู่ในช่วงประมาณ 500 ถึง 1,000 บาทต่อเข็ม
  • โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกเฉพาะทาง: ราคาประมาณ 1,200 ถึง 2,500 บาทต่อเข็ม (ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์และค่าแพทย์) แนะนำให้ติดต่อสอบถามกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนเข้ารับบริการ

อาการแพ้และผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จากวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นอาการเฉพาะที่ที่ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 1 ถึง 3 วัน ได้แก่

  • อาการปวด บวม แดง หรือมีก้อนเล็กน้อยบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน
  • มีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ หรือรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยหลังฉีด
  • อาการคลื่นไส้หรือปวดท้องเล็กน้อย ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก

สำหรับอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เช่น มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม คอพอก หายใจลำบาก หรือความดันโลหิตต่ำ พบได้น้อยมาก (ประมาณ 1 ในล้านโดส) แต่สถานพยาบาลทุกแห่งจะมีมาตรฐานในการเฝ้าระวังอาการแพ้เฉียบพลันหลังฉีดวัคซีนเป็นเวลาอย่างน้อย 15 ถึง 30 นาทีเสมอ

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ

แม้ว่าวัคซีนนี้จะมีความปลอดภัยสูง แต่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่แพทย์จะพิจารณาหละเลี่ยงหรือเลื่อนการฉีดออกไปก่อน ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ หรือแพ้ส่วนประกอบใดๆ ของวัคซีนอย่างรุนแรงในเข็มก่อนหน้า
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันรุนแรง มีไข้สูง ควรต้องรอให้อาการหายเป็นปกติก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน
  • สตรีมีครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินความจำเป็นและความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนรับวัคซีนเชื้อตาย

การป้องกันและการดูแลสุขอนามัยระยะยาว

นอกจากการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจำเพาะแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เอ และโรคติดเชื้อทางเดินอาหารอื่นๆ

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ
  • ดื่มน้ำสะอาด น้ำดื่มที่ผ่านการต้มสุก หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐานความสะอาด
  • ใช้ช้อนกลางส่วนตัวเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับบริการและผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติก่อนและหลังฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ:
  1. ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนเดิมของตนเองหรือบุตรหลาน หากไม่แน่ใจสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันในเลือดก่อนได้
  2. ศึกษาข้อมูลราคาและเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มตามกำหนดเวลา
  3. แจ้งประวัติการแพ้ยา แพูวัคซีน หรือโรคประจำตัวให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนรับบริการทุกครั้ง
  4. สังเกตอาการผิดปกติหลังฉีดวัคซีนภายในสถานพยาบาลเป็นเวลา 30 นาที
  5. ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาด และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสมอเพื่อการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down