ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ A จำเป็นไหมสำหรับเด็กเล็ก และทำไมคุณหมอถึงแนะนำให้ฉีด

ในปัจจุบันโรคติดเชื้อที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพเด็ก โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสผ่านทางเดินอาหาร ซึ่งมักมากับอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ แม้ในเด็กเล็กอาการอาจไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ แต่ความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีสูงมาก วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับตับของลูกรัก

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบ เอ

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเอ (Hepatitis A Virus - HAV) ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (RNA Virus) การติดต่อหลักเกิดขึ้นผ่านเส้นทางอุจจาระและปาก (Fecal-oral route) ซึ่งหมายถึงการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ โดยที่เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ทำให้การแพร่ระบาดทำได้ง่ายในกลุ่มเด็กเล็กที่มักหยิบจับสิ่งของเข้าปากหรือยังดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลได้ไม่ดีพอ

อาการและสัญญาณเตือนของโรค

โดยส่วนใหญ่เด็กที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ อาจมีอาการไม่ชัดเจนหรือไม่มีอาการเลย โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี อย่างไรก็ตาม หากแสดงอาการ มักจะเริ่มด้วยอาการนำคล้ายไข้หวัด ได้แก่ ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา หลังจากนั้น 3-10 วัน ผิวหนังหรือตาจะเริ่มมีสีเหลือง (Jaundice) ปัสสาวะจะมีสีเข้มเหมือนน้ำชา และอุจจาระมีสีซีดลง

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที:
  • อาการเหลืองที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว (ตาเหลือง ตัวเหลืองมาก)
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือสับสน
  • อาเจียนรุนแรงไม่สามารถรับประทานน้ำหรือยาได้
  • มีอาการเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล หรือมีจ้ำเลือดตามตัว
  • ปวดท้องรุนแรงจนเด็กงอตัวหรือร้องกวนตลอดเวลา

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษา

เมื่อสงสัยว่าเด็กอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ แพทย์จะทำการซักประวัติการรับประทานอาหารและประวัติการได้รับวัคซีน การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญคือการเจาะเลือดเพื่อหาค่าเอนไซม์ตับ (ALT, AST) ซึ่งมักจะสูงขึ้นมาก และการตรวจหาภูมิต้านทานเฉพาะเจาะจง (Anti-HAV IgM) เพื่อยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยตรง การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการ ได้แก่ การให้น้ำเกลือในรายที่ขาดน้ำ การให้ยาลดไข้ที่ปลอดภัยต่อตับ และการเฝ้าระวังอาการทางตับอย่างใกล้ชิด

ผลข้างเคียงของวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ และวิธีรับมือ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ ถือเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูงมาก ผลข้างเคียงที่พบมักเป็นอาการเฉพาะที่ ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง:

  • อาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด: เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ ให้ใช้น้ำสะอาดประคบเย็นเบาๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • มีไข้ต่ำๆ: สามารถเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และรับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่แพทย์แนะนำ (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)
  • อาการงอแงหรือเบื่ออาหารชั่วคราว: ให้ลูกได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ลูกทานเองเด็ดขาดเมื่อมีไข้ เพราะหากลูกมีอาการตับอักเสบอยู่แล้ว ยาบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อตับมากขึ้น ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนจ่ายยาทุกครั้ง

ตารางการให้วัคซีนและการป้องกันในระยะยาว

การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ แนะนำให้ฉีดในเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน การได้รับวัคซีนครบจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต นอกจากวัคซีนแล้ว การสอนเรื่องสุขอนามัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ได้แก่:

  • การล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
  • การรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และดื่มน้ำที่ผ่านการกรองหรือต้มสุก
  • การหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะอาหารร่วมกับผู้อื่นในช่วงที่มีการระบาด

สรุป checklist สำหรับผู้ปกครอง

  • ตรวจสอบประวัติวัคซีนของบุตรหลาน หากยังไม่เคยได้รับ ให้พิจารณาปรึกษากุมารแพทย์เพื่อเริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 1 ปี
  • สังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน หากมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือมีผื่นขึ้นผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
  • ปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีเป็นนิสัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคทางเดินอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากไวรัสตับอักเสบ เอ
  • หากบุตรหลานมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออาการทางตับ ควรพาไปตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down