ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนในเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ เกราะ ภูมิคุ้มกันที่พ่อแม่ต้องรู้

ในช่วงวัยแรกเกิดจนถึง 5 ขวบ ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคระบาดและโรคติดเชื้อรุนแรงหลายชนิด วัคซีนจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจงต่อเชื้อโรคต่างๆ โดยไม่ต้องรอให้เด็กเผชิญกับโรคจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พิการ หรือเสียชีวิต การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ตารางวัคซีนเด็กแรกเกิด - 5 ขวบ ฉีดตัวไหนจำเป็นที่สุด จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของลูกรักให้เติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์สากล

ประเภทของวัคซีนและความจำเป็นในเด็กแต่ละช่วงวัย

การบริหารวัคซีนในเด็กแบ่งออกเป็นวัคซีนพื้นฐาน (วัคซีนบังคับตามกระทรวงสาธารณสุข) และวัคซีนทางเลือก (วัคซีนเสริมที่แนะนำให้ฉีดเพื่อการปกป้องที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น) โดยในแต่ละช่วงวัยจะมีวัคซีนเป้าหมายที่สำคัญแตกต่างกันไปตามพัฒนาการและการได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ที่เริ่มลดลง

วัคซีนช่วงแรกเกิดถึง 2 เดือน

ทารแรกเกิดจะได้รับภูมิคุ้มกันบางส่วนจากมารดาผ่านทางรก แต่จะค่อยๆ ลดลงในช่วงอายุ 2 ถึง 3 เดือนแรก วัคซีนในช่วงนี้จึงมีความสำคัญสูงสุดเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรงที่อาจอันตรายถึงชีวิต

  • วัคซีนบีซีจี (BCG Vaccine): ป้องกันโรควัณโรค ฉีดตั้งแต่วันแรกเกิดหรือช่วงที่อยู่โรงพยาบาล
  • วัคซีนตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine - เข็มที่ 1): ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี ควรได้รับภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และฮิป (DTwP-HepB-Hib หรือ DTaP-HepB-Hib - เข็มที่ 1): มักเริ่มฉีดเมื่ออายุ 2 เดือน เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและระบบประสาท
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโรตา (Rotavirus Vaccine): วัคซีนหยอดเพื่อป้องกันท้องรุนแรงในเด็กเล็กจากเชื้อไวโรตา ฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน

วัคซีนช่วง 4 เดือนถึง 6 เดือน

ช่วงเวลานี้เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มต่อเนื่องจากช่วง 2 เดือน เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายอยู่ในระดับที่สูงพอจะป้องกันโรคได้ในระยะยาว

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และฮิป (เข็มที่ 2 และ 3): ฉีดต่อเนื่องตามนัดหมายเมื่ออายุ 4 และ 6 เดือน
  • วัคซีนตับอักเสบบี (เข็มที่ 2 และ 3): เข็มที่ 2 ฉีดเมื่ออายุ 1 ถึง 2 เดือน และเข็มที่ 3 ฉีดเมื่ออายุ 6 เดือน
  • วัคซีนโรตา (เข็มที่ 2 หรือ 3 ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน): ต้องให้ครบโดสก่อนเด็กอายุครบ 8 เดือน
  • วัคซีนเสริมความจำเป็นสูง: วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนโมค็อกคัส (Pneumococcal Conjugate Vaccine - PCV) เพื่อป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย นิมโมค็อกคัส เริ่มฉีดเข็มแรกได้ที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน

วัคซีนช่วง 9 เดือนถึง 1 ปี

เมื่อเด็กเข้าสู่วัย 9 เดือนถึง 1 ปี ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มพร้อมรับวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ซึ่งให้ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันระยะยาวได้ดีเยี่ยม

  • วัคซีนป้องกันโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน (MMR Vaccine - เข็มที่ 1): ฉีดเมื่ออายุ 9 เดือนถึง 1 ปี เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดออกผื่นและภาวะแทรกซ้อนทางสมอง
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis Vaccine - JE): ฉีดเข็มแรกเมื่ออายุประมาณ 1 ปี

วัคซีนช่วง 1 ปีครึ่งถึง 5 ขวบ

ช่วงวัยนี้เด็กเริ่มออกไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อจากผู้อื่นสูงขึ้น การกระตุ้นวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) จึงมีความจำเป็นมาก

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และโปลิโอ (เข็มกระตุ้น): ฉีดเมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง และกระตุ้นอีกครั้งช่วงอายุ 4 ถึง 6 ขวบ
  • วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (MMR - เข็มที่ 2): ฉีดกระตุ้นเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
  • วัคซีนไข้สุกใส (Varicella Vaccine): แนะนำให้ฉีดเข็มแรกเมื่ออายุ 1 ปี และเข็มที่ 2 เมื่ออายุ 4 ถึง 6 ขวบ
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine): แนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้งทุกปีต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 6 เดือนจนถึง 5 ขวบ เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ทุกปี

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนและการดูแลเบื้องต้น

หลังการได้รับวัคซีน เด็กอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยเนื่องจากร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติทางการแพทย์ โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ มีไข้ต่ำๆ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน งอแง หรือซึมเล็กน้อย

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลเด็กหลังฉีดวัคซีนสามารถทำได้โดยการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น หากมีไข้สูงหรือปวดบวมมาก สามารถให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ห้ามให้ยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาดในเด็กเล็กเพราะเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณอันตรายหลังฉีดวัคซีนที่ต้องพามาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการข้างเคียงรุนแรงจากวัคซีนจะพบได้น้อยมาก แต่พ่อแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หากพบอาการเข้าข่าย Red Flag ดังต่อไปนี้ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์โดยด่วน

  • มีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังรับประทานยาลดไข้
  • ร้องกวนต่อเนื่องไม่หยุดนานกว่า 3 ชั่วโมง หรือมีเสียงร้องแหลมสูงผิดปกติ
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
  • มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ปากบวม หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก ซึ่งเป็นสัญญาณของการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
  • เด็กซึมมากปลุกไม่ตื่น หรือไม่ยอมดื่มนมและน้ำติดต่อกันหลายชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน มีไข้สูง หรือมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนในวันนั้นๆ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายอย่างละเอียด

วิธีป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

นอกจากการปฏิบัติตาม ตารางวัคซีนเด็กแรกเกิด - 5 ขวบ ฉีดตัวไหนจำเป็นที่สุด อย่างเคร่งครัดแล้ว การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กยังต้องอาศัยปัจจัยร่วมด้านอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรงสมบูรณ์

  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีภูมิคุ้มกันธรรมชาติและสารอาหารครบถ้วน ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ
  • โภชนาการที่เหมาะสม: เมื่อเด็กอายุครบ 6 เดือน ควรเริ่มให้อาหารตามวัยที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ เพื่อช่วยเสริมสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ฝึกฝนให้เด็กและคนในครอบครัวล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ในการพาบุตรหลานรับวัคซีน

เพื่อให้การสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พ่อแม่และผู้ดูแลควรปฏิบัติตามขั้นตอนสำคัญดังนี้

  • ตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพและตารางนัดหมายวัคซีนของลูกอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง
  • จดบันทึกอาการผิดปกติหลังฉีดวัคซีนเพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำแก่กุมารแพทย์ในครั้งต่อไป
  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กเสมอหากต้องการรับวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากวัคซีนพื้นฐาน
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการให้ยาและการดูแลแผลฉีดวัคซีนอย่างเคร่งครัด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down