ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กเล็ก

การปกป้องทารกและเด็กเล็กให้รอดพ้นจากโรคติดเชื้อร้ายแรงถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกของพ่อแม่ทุกคน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กแรกเกิดถึงห้าขวบยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิต วัคซีนจึงทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันแรกเริ่มที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อเชื้อโรคชนิดนั้นๆ โดยไม่ต้องให้เด็กเผชิญกับการติดเชื้อตามธรรมชาติที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ในฐานะกุมารแพทย์ การให้วัคซีนตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขและสถาบันกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยกำหนด จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย นอกจากวัคซีนพื้นฐานที่รัฐบาลสนับสนุนแล้ว ปัจจุบันยังมีวัคซีนเสริมที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ช่วยป้องกันโรคร้ายแรงที่มักระบาดในเด็กเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

โรคติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่แพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม การสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเด็กที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เชื้อจะเข้าสู่เซลล์เป้าหมายและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบและการทำลายเนื้อเยื่อในอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาทส่วนกลาง หรือระบบทางเดินอาหาร

กลไกการทำงานของวัคซีนคือการนำเชื้อโรคที่ถูกทำให้ตายหรืออ่อนฤทธิ์ลง รวมถึงสารพันธุกรรมหรือโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดี (Antibody) และเซลล์ความจำ (Memory Cells) เก็บไว้ หากในอนาคตเด็กได้รับเชื้อโรคตัวจริงเข้าไป ร่างกายจะสามารถจดจำและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อSต้านได้อย่างรวดเร็วก่อนที่โรคจะแสดงอาการรุนแรง

ตารางวัคซีนเด็กแรกเกิดถึงห้าขวบ จำแนกตามช่วงวัย

การเข้าใจช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีนแต่ละชนิดจะช่วยให้เด็กได้รับความคุ้มครองสูงสุด ต่อไปนี้คือรายละเอียดตารางวัคซีนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุห้าปีที่พ่อแม่ควรรู้

วัคซีนช่วงแรกเกิดถึงสองเดือน

ช่วงเวลานี้ทารกมีความเปราะบางสูงมาก วัคซีนกลุ่มแรกจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่

  • วัคซีนบีซีจี (BCG): ป้องกันโรควัณโรค ฉีดที่ผิวหนังบริเวณต้นแขน
  • วัคซีนตับอักเสบบี (Hepatitis B เข็มที่หนึ่ง): ป้องกันโรคตับอักเสบจากไวรัสบี ทารกทุกคนควรได้รับภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และตับอักเสบบี (DTP-HB เข็มที่หนึ่ง): มักให้เมื่ออายุสองเดือน
  • วัคซีนโปลิโอชนิดหยอดหรือฉีด (Polio): ป้องกันโรคโปลิโอ
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส (PCV): วัคซีนเสริมที่แนะนำอย่างยิ่งเพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรีย
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรตา (Rotavirus): ชนิดหยอดทางปาก ป้องกันท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็ก

วัคซีนช่วงสี่ถึงหกเดือน

ช่วงนี้เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีความคงทนมากขึ้น ได้แก่

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ตับอักเสบบี และฮิป (DTP-HB-Hib เข็มที่สองและสาม): ป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียฮิปที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • วัคซีนโปลิโอ (เข็มที่สองและสาม)
  • วัคซีนนิวโมค็อกคัส (PCV เข็มที่สอง)
  • วัคซีนไวรัสโรตา (เข็มที่สองหรือสาม ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน)

วัคซีนช่วงเก้าถึงสิบสองเดือน

เมื่อเด็กเริ่มเติบโตและเริ่มคลานหรือเดินออกสำรวจโลกกว้าง ภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจและหัดจึงมีความสำคัญ

  • วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR เข็มที่หนึ่ง): แนะนำให้ฉีดเมื่ออายุเก้าถึงสิบสองเดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (JE เข็มที่หนึ่ง): ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจากยุง
  • วัคซีนป้องกันโรคสุกใส (Varicella): วัคซีนเสริมป้องกันโรคอีสุกอีใส
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza): แนะนำให้ฉีดปีละหนึ่งครั้ง เริ่มฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุหกเดือนขึ้นไป

วัคซีนช่วงหนึ่งปีครึ่งถึงสองปี

เป็นช่วงของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มสำคัญ (Booster Dose) เพื่อให้ระดับภูมิต้านทานคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และฮิป (DTP-Hib เข็มกระตุ้น)
  • วัคซีนโปลิโอ (เข็มกระตุ้น)
  • วัคซีนหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR เข็มที่สอง)
  • วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE เข็มกระตุ้น)
  • วัคซีนตับอักเสบบี (เข็มที่สาม)

วัคซีนช่วงสี่ถึงห้าปี

ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยเรียน เด็กต้องเผชิญกับสังคมที่กว้างขึ้น การกระตุ้นภูมิคุ้มกันรอบสุดท้ายก่อนเข้าประถมจึงจำเป็น

  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก (DTP เข็มกระตุ้น)
  • วัคซีนโปลิโอ (เข็มกระตุ้น)

อาการและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันทีหลังได้รับวัคซีนหรือเมื่อเจ็บป่วย

โดยทั่วไปหลังได้รับวัคซีน เด็กอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด หรือ งอแง ซึ่งมักหายได้เองภายในสองถึงสามวัน อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ดังนี้

  • มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังรับประทานยาลดไข้
  • มีอาการชัก เกร็ง หรือซึมมากผิดปกติ ปลุกตื่นยาก
  • ร้องไห้งอแงไม่หยุดนานติดต่อกันหลายชั่วโมง (Inconsolable crying)
  • มีผื่นขึ้นกระจายทั่วตัว หายใจหอบเหนื่อย ปากเขียวคล้ำ
  • มีอาการแพ้อยรุนแรง (Anaphylaxis) เช่น หน้าบวม ตาบวม หายใจมีเสียงหวีด ลมพิษขึ้นทั่วตัว ซึ่งมักเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่บ้าน

หากเด็กมีอาการไข้หรือปวดบวมหลังฉีดวัคซีน สามารถให้การดูแลเบื้องต้นตามหลักการแพทย์ดังนี้

  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ โดยคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด
  • ใช้น้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัวเพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย
  • ให้เด็กดื่มนมหรือน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ไม่ควรห่มผ้าหนาจนเกินไปหากเด็กมีไข้สูง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลต่อตับและสมอง นอกจากนี้ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองหากไม่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์

คำแนะนำจากคุณหมอเพื่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์

คำแนะนำจากคุณหมอ: การพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามนัดหมายทุกครั้งคือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ลูกได้ แม้ว่าวัคซีนบางชนิดจะเป็นวัคซีนเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มครองในการป้องกันโรคร้ายแรงและการลดความรุนแรงของโรคแล้ว ถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง หากเด็กมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเช่นหวัดธรรมดาที่ไม่มีไข้สูง สามารถมารับวัคซีนได้ตามปกติ แต่หากมีไข้สูงควรเลื่อนนัดออกไปจนกว่าจะหายดี
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down