ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่ภัยใกล้ตัวที่อันตรายกว่าที่คิด

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งมีการแพร่ระบาดตามฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เชื้อไวรัสนี้มีความสามารถในการกลายพันธุ์สูง ทำให้ผู้ป่วยสามารถติดเชื้อซ้ำได้แม้ว่าเคยเป็นมาแล้วในอดีต สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ ปอดอักเสบติดเชื้อซ้ำซ้อน ภาวะหัวใจวาย หอบหืดกำเริบอย่างรุนแรง และโรคทางระบบประสาท

สาเหตุและกลไกการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักที่สำคัญในมนุษย์ ได้แก่ สายพันธุ์เอ (Influenza A) และสายพันธุ์บี (Influenza B) สายพันธุ์เอเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมบ่อยครั้ง ส่วนสายพันธุ์บีมักพบการแพร่ระบาดในชุมชนและกลุ่มเด็ก การติดต่อเกิดขึ้นผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยในระยะประชิด รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสบริเวณจมูก ตา หรือปาก เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายและฟักตัวประมาณ 1 ถึง 4 วัน ก่อนจะแสดงอาการป่วยอย่างเฉียบพลัน

อาการสำคัญและระยะเวลาของโรคไข้หวัดใหญ่

ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มักมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยอาการเด่นชัดประกอบด้วยไข้สูงลอย 38 ถึง 40 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ อ่อนเพลียอย่างมาก เจ็บคอ ไอแห้ง และมีน้ำใสๆ หรือคัดจมูก ในเด็กเล็กอาจมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย โดยทั่วไปอาการไข้และอาการเฉียบพลันจะดีขึ้นภายใน 3 ถึง 5 วัน แต่แต่อาการอ่อนเพลียและอาการไออาจคงอยู่ได้นาน 1 ถึง 2 สัปดาห์

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำผู้ป่วยพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ในเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เนื่องจากอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต:
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกครั้งอย่างรุนแรง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือมีอาการชักเกร็ง
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะมีสีเข้มมากหรือไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หรือมีความดันโลหิตต่ำ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ vs 3 สายพันธุ์: ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างสำคัญระหว่างวัคซีนทั้งสองชนิดอยู่ที่จำนวนสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่บรรจุอยู่ในวัคซีน โดยวัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Influenza Vaccine) ประกอบด้วยเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอ 2 สายพันธุ์ และสายพันธุ์บี 1 สายพันธุ์ ในขณะที่วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) ได้เพิ่มเชื้อไวรัสสายพันธุ์บีสายพันธุ์ที่สองเข้าไป ทำให้ครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์บีทั้งสองสายพันธุ์หลักที่มีการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ได้แก่ สายพันธุ์วิกตอเรีย (Victoria lineage) และสายพันธุ์ยามากาตะ (Yamagata lineage) องค์การอนามัยโลก (WHO) และแพทยสมาคมแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์เป็นหลักในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้อย่างครอบคลุมและลดอัตราการป่วยด้วยสายพันธุ์บีที่อาจหลุดรอดจากการป้องกันของวัคซีน 3 สายพันธุ์

วิธีใช้ยา ขนาดยา และการรักษาตามอาการ

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการดูแลประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีที่สุด การใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs) เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) จะมีประโยชน์สูงสุดหากเริ่มให้ภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการป่วย เพื่อช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรค โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความจำเป็นในการใช้ยา

คำแนะนำจากคุณหมอ: ขนาดยาและการใช้ยาที่ถูกต้อง
  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ใช้สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด ขนาดยาที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้สูง ห้ามใช้เกินขนาดและต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กอย่างเคร่งครัด
  • การดูแลที่บ้าน: เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อช่วยระบายความร้อน ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย และพักผ่อนให้เต็มที่

ยาอันตรายและข้อควรระวังสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาด

มีข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญมากในการรักษาไข้หวัด โดยห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปีเด็ดขาด เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลรักษาโรคและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ การใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ เนื่องจากอาจไม่เหมาะสมในผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติหรือโรคไต

วิธีการป้องกันและการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค ลดความรุนแรงของอาการ และลดอัตราการนอนโรงพยาบาล วัคซีนควรฉีดซ้ำปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลาและภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา นอกจากนี้ควรดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด และการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและผู้ป่วย

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เป็นประจำทุกปีในช่วงก่อนฤดูระบาด
  • หากมีอาการป่วย ไข้สูง ปวดเมื่อย ควรพักผ่อนและทานยาตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
  • สังเกตอาการเตือนอันตรายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ซึม หรือไข้ไม่ลด ให้ไปพบแพทย์ทันที
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินและห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองโดยเด็ดขาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down