ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ถือเป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบอัตราการแพร่ระบาดสูงในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสำนักงาน เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความสามารถในการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องปรับปรุงสายพันธุ์ของวัคซีนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ครอบคลุมและให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง จึงเป็นมาตรการทางการแพทย์เชิงป้องกันที่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดความรุนแรงของโรค ป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

ความสำคัญทางการแพทย์และกลุ่มเปราะบางที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ในทางการแพทย์ โรคไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่มีความรุนแรงมากกว่าเนื่องจากมีการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนลึก และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้ เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ หรือภาวะหายใจล้มเหลว กลุ่มเสี่ยงที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะทารกอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนจึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุและกลไกการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งแบ่งออกเป็นสายพันธุ์หลักๆ ได้แก่ ชนิดเอ (Type A) และชนิดบี (Type B) โดยสายพันธุ์เอเป็นตัวการสำคัญที่มักทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก เชื้อไวรัสนี้ติดต่อผ่านทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยในระยะใกล้ชิด รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีสาร secretions ของผู้ติดเชื้อปนเปื้อน แล้วนำมาสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตาของตนเอง ระยะฟักตัวของโรคสั้นมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 4 วัน หลังจากได้รับเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการอย่างรวดเร็วและสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ 1 วัน จนถึงประมาณ 5 ถึง 7 วันหลังจากเริ่มป่วย

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรคไข้หวัดใหญ่

ลักษณะเด่นที่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาคือ อาการจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและมีความรุนแรงมาก โดยแบ่งลำดับอาการออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (Early Stage): มีไข้สูงฉับพลัน (38 ถึง 40 องศาเซลเซียส) ร่วมกับอาการหนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างรุนแรง (Myalgia) อ่อนเพลียอย่างมากจนลุกไม่ขึ้น
  • ระยะอาการเด่นชัด (Active Stage): มีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น เจ็บคอ ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะ น้ำมูกใส คัดจมูก บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • ระยะฟื้นตัว (Recovery Stage): หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไข้และอาการปวดเมื่อยจะค่อยๆ ลดลงภายใน 3 ถึง 5 วัน แต่อาการอ่อนเพลียและอาการไออาจยังหลงเหลืออยู่ได้นาน 1 ถึง 2 สัปดาห์
>
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยมีอาการไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน หรืออาการเริ่มกลับมาทรุดหนักลงอีกหลังจากที่ดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางปอดตามมาได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องนำตัวพบแพทย์ทันที

ในผู้ป่วยบางราย โรคไข้หวัดใหญ่อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลจึงควรสังเกตสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (Red Flag Symptoms) อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องพาไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด

  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือมีอาการชายโครงบุ๋มเวลาหายใจ
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงวี๊ด
  • ซึมลงปลุกไม่ค่อยตื่น หรือมีความรู้สึกตัวลดลง
  • ชักเกร็งจากไข้สูง
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (ภาวะขาดออกซิเจน)
  • มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานทานน้ำหรือนมได้เลย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำ

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ที่คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกาย หากสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แพทย์อาจพิจารณาทำการตรวจวินิจฉัยยืนยันด้วยวิธีที่รวดเร็วและแม่นยำ ได้แก่ การใช้อุปกรณ์ป้ายเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก (Rapid Influenza Diagnostic Test - RIDT) ซึ่งทราบผลได้ภายใน 15 นาที ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและจ่ายยาต้านไวรัสได้อย่างทันท่วงที ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนทางปอด แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดเพิ่มเติมหรือส่งเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่จะเน้นการรักษาตามอาการและการใช้ยาต้านไวรัสในกลุ่มที่เหมาะสม เพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเจ็บป่วย

  • การใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs): หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากเริ่มมีอาการ แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการป่วยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ดี
  • การลดไข้และบรรเทาอาการ: ให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดยาน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง และเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นเพื่อช่วยระบายความร้อน
  • การชดเชยสารน้ำ: ให้ดื่มน้ำอุ่นหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง
  • การพักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก งดการทำกิจกรรมหนัก
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนออกไม่ได้ยิ่งทำให้ไข้สูงขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการรักษาไข้หวัด

ในการดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มีข้อปฏิบัติทางการแพทย์ที่ต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด: เนื่องจากการใช้ยาแอสไพรินในผู้ป่วยเด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่หรืออีสุกอีใสมีความสัมพันธ์กับการเกิดกลุ่มอาการรายส์ (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะสมองบวมและตับวายที่รุนแรงถึงชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) โดยไม่จำเป็น: ในรายที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้หวัดใหญ่ออกจากโรคไข้เลือดออกได้ การใช้ยาในกลุ่มเอ็นแอลเอสไอ (NSAIDs) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารหรือส่งผลเสียต่อการทำงานของไต
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทานเอง: โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การรับประทานยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลรักษาโรคแต่อย่างใด และยังเป็นการสร้างเชื้อดื้อยาที่เป็นอันตรายในระยะยาว
  • การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็ก: ต้องใช้อย่างระมัดระวังตามน้ำหนักตัว โดยขนาดยาที่ปลอดภัยคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้เท่านั้น

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ถือเป็นมาตรการป้องกันที่มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในทางการแพทย์ โดยวัคซีนชนิดนี้ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งชนิดเอ (A/H1N1, A/H3N2) และชนิดบี (Victoria lineage, Yamagata lineage) แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี ปีละ 1 เข็ม เพื่อกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงเพียงพออยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลแพร่ระบาด ที่คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง เรามีบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล ดำเนินการฉีดโดยกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยจากโรค

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล:
  • สังเกตอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว และอาการทางระบบทางเดินหายใจ
  • รีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรก
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว และเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินและห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองเด็ดขาด
  • พามาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ประจำปีที่คลินิกหมอสุภารัตน์ ตรัง เพื่อป้องกันโรคในระยะยาว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down