ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยาบางชนิดทำให้ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีดปลอมได้จริงหรือ: ความจริงทางการแพทย์ที่ทุกคนต้องรู้

การตรวจครรภ์ด้วยปัสสาวะ (Urine Pregnancy Test) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็วและสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาเพื่อง่ายต่อการคัดกรองเบื้องต้น หลักการทำงานของชุดตรวจครรภ์เหล่านี้คือการตรวจหาฮอร์โมนฮิวแมนโครโมนิกโกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ซึ่งร่างกายจะผลิตขึ้นเมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อหรือข้อสงสัยว่าการรับประทานยาบางชนิดอาจส่งผลให้ที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดปลอมได้ ซึ่งในทางการแพทย์ประเด็นนี้มีความจริงในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มยาฮอร์โมนและยาบางประเภทที่อาจเข้าไปรบกวนปฏิกิริยาทางเคมีของชุดตรวจ หรือกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงจนชุดตรวจแสดงผลผิดพลาดได้

คำแนะนำจากคุณหมอ: การพบผลตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดแม้จะจางมากๆ ควรได้รับการยืนยันผลด้วยการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน hCG ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ หรือการอัลตราซาวนด์โดยแพทย์ผู้,เชี่ยวชาญ เพื่อความแม่นยำสูงสุดและป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจส่งผลต่อการดูแลสุขภาพ

กลไกและสาเหตุที่ทำให้ที่ตรวจครรภ์แสดงผลบวกปลอม

การที่ชุดตรวจครรภ์แสดงผลเป็นบวกปลอม (False Positive) หมายถึงการที่ชุดตรวจขึ้นสองขีดแสดงว่าตั้งครรภ์ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น สาเหตุหลักทางการแพทย์แบ่งออกเป็นหลายประการ ดังนี้

  • การใช้กลุ่มยาฮอร์โมนรักษาภาวะมีบุตรยาก (Fertility Medications) ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน hCG โดยตรง ซึ่งแพทย์มักฉีดหรือให้ผู้ป่วยรับประทานเพื่อกระตุ้นการตกไข่ ฮอร์โมนเหล่านี้สามารถตกค้างอยู่ในกระแสเลือดและปัสสาวะ ส่งผลให้ชุดตรวจจับสัญญาณได้และขึ้นสองขีด
  • กลุ่มยาขับปัสสาวะ ยาแก้แพ้ ยารักษาโรคทางจิตเวชบางชนิด หรือยาลดกรดที่มีส่วนประกอบบางประการ ซึ่งในอดีตเคยมีรายงานว่าอาจรบกวนสารเคมีบนแถบตรวจ แต่ชุดตรวจรุ่นใหม่ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีความจำเพาะเจาะจงสูงขึ้นมาก โอกาสเกิดผลบวกปลอมจากยาเหล่านี้จึงลดลงอย่างมาก
  • ภาวะความผิดปกติของร่างกาย เช่น การมีเนื้องอกบางชนิดที่สามารถผลิตฮอร์โมน hCG ออกมาได้เอง เช่น เนื้องอกของรก (Gestational Trophoblastic Disease) หรือมะเร็งบางชนิด
  • ความผิดพลาดในการใช้งานชุดตรวจ เช่น การอ่านผลช้าเกินกว่าเวลาที่คู่มือระบุ ซึ่งอาจเกิดเส้นจางๆ ที่เรียกว่าเส้นระเหย (Evaporation Line) ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นขีดที่สอง

สัญญาณเตือนอันตรายและอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางร่างกายร่วมกับการใช้ยาบางชนิด หรือมีผลตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดแต่มีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยทางการแพทย์ (Red Flags) ที่อันตรายมาก ซึ่งห้ามรอสังเกตอาการอยู่ที่บ้านเดื้องขาด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

  • อาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงเฉียบพลัน โดยมักปวดรุนแรงไป1ข้าง ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนคลาสสิกของภาวะท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ที่ท่อนำไข่อาจแตกและเกิดภาวะตกเลือดในช่องท้องที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
  • อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หรือมีความดันโลหิตต่ำ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะเสียเลือดภายในร่างกาย
  • อาการไข้สูงหนาวสั่น ปวดหลังส่วนล่าง ปัสสาวะแสบขัด หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection) หรือกรวยไตอักเสบ
  • อาการบวมตามร่างกาย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปวดศีรษะรุนแรง และตามัว ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหรือโรคทางไต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีประวัติการใช้ยาฮอร์โมน หรือมีผลตรวจครรภ์บวกแต่มีอาการปวดท้องน้อยร่วมกับหน้ามืด เป็นลม ห้ามขับรถมาโรงพยาบาลด้วยตนเองเด็ดขาด เนื่องจากอาจเกิดภาวะช็อกระหว่างทาง ควรให้ญาติพามาส่งห้องฉุกเฉินทันทีเพื่อรับการประเมินจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการดูแลรักษา

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยความกังวลเรื่องผลตรวจครรภ์หรือมีอาการผิดปกติ แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานสากล ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด ประวัติการมีประจำเดือนรอบล่าสุด ประวัติการใช้ยา ฮอร์โมน อาหารเสริม และประวัติโรคประจำตัว
  • การตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินขนาดมดลูกและความเจ็บปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อวัดปริมาณฮอร์โมน hCG แบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG) ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจปัสสาวะมาก
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) เพื่อดูตำแหน่งของการตั้งครรภ์ว่าอยู่ในโพรงมดลูกหรือไม่ เพื่อตัดภาวะท้องนอกมดลูกออกไป

สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัย หากเป็นการตั้งครรภ์ปกติ แพทย์จะนฝากครรภ์และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว แต่หากพบว่าเป็นภาวะท้องนอกมดลูกหรือมีความผิดปกติจากเนื้องอก แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดเฉพาะทางหรือการผ่าตัดส่องกล้องตามความรุนแรงของโรค เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down