ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความหมายและภาพรวมทางการแพทย์ของภาวะท้องลม

ภาวะท้องลม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกบางส่วน หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวอ่อน (Blighted Ovum หรือ Anembryonic Pregnancy) เป็นภาวะความผิดปกติของการปฏิสนธิ โดยในทางการแพทย์อธิบายว่า เมื่ออสุจิและไข่ปฏิสนธิกันจนเกิดเป็นถุงการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) เคลื่อนตัวไปฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก ร่างกายจึงสร้างฮอร์โมนการตั้งครรภ์หรือ Human Chorionic Gonadotropin ออกมา ทำให้ชุดตรวจครรภ์แสดงผลเป็นบวกหรือขึ้นสองขีด แต่กระบวนการพัฒนาของเซลล์ที่ควรจะเจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อนกลับหยุดชะงักลง เหลือเพียงถุงการตั้งครรภ์และรกเท่านั้น ไม่มีส่วนของตัวอ่อนอยู่ภายใน ภาวะนี้พบได้บ่อยในสตรีตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสแรก และมักสร้างความตกใจและกังวลใจให้แก่ผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตรเป็นอย่างมาก

สถิติและกลุ่มเสี่ยงที่พบได้บ่อย

สถิติทางการแพทย์ระบุว่า ภาวะท้องลมเกิดขึ้นได้ในสตรีตั้งครรภ์ประมาณร้อยละสิบถึงร้อยละยี่สิบของการตั้งครรภ์ทั้งหมดในไตรมาสแรก ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละแปดสิบถึงเก้าสิบมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซมในเซลล์สืบพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติจากฝ่ายไข่หรือฝ่ายอสุจิ ทำให้ธรรมชาติคัดกรองโดยการหยุดการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเอง กลุ่มเสี่ยงหลักคือสตรีที่มีอายุมากกว่าสามสิบห้าปีขึ้นไป เนื่องจากคุณภาพของไข่ลดลงตามวัย รวมถึงผู้ที่มีประวัติเคยเผชิญภาวะท้องลมมาก่อนในครรภ์ก่อนหน้า

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะตรวจปัสสาวะขึ้นสองขีดแต่ซาวด์ไม่เจอ

เมื่อผู้รับบริการตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจตั้งครรภ์แล้วพบผลบวกขึ้นสองขีด แต่เมื่อมารับการตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) กลับไม่พบตัวอ่อนภายในโพรงมดลูก อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตรวจเจอสองขีดแต่ซาวด์ไม่พบตัวอ่อน

  • คำนวณอายุครรภ์คลาดเคลื่อน: หากทำการอัลตราซาวนด์เร็วเกินไป เช่น อายุครรภ์จริงยังไม่ถึงห้าสัปดาห์ ขนาดของถุงการตั้งครรภ์จะเล็กมากจนเครื่องอัลตราซาวนด์ยังไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
  • ภาวะท้องลม (Blighted Ovum): มีถุงการตั้งครรภ์และระดับฮอร์โมนตั้งครรภ์สูงพอที่จะทำให้ชุดตรวจปัสสาวะขึ้นสองขีด แต่ไม่มีตัวอ่อนพัฒนาอยู่ภายใน
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy): ไข่ที่ปฏิสนธิไปฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น ที่ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
  • การแท้งกำลังจะเกิดขึ้น (Inevitable or Incomplete Abortion): ตัวอ่อนเคยมีอยู่แต่หยุดการเจริญเติบโตและกำลังหลุดลอกออกมา

อาการแสดงและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

ในระยะแรกของการเกิดภาวะท้องลม สตรีตั้งครรภ์มักจะมีอาการเหมือนกับการตั้งครรภ์ปกติทุกประการ เนื่องจากระดับฮอร์โมนตั้งครรภ์ยังคงถูกสร้างขึ้นจากรก เช่น อาการแพ้ท้อง คัดตึงเต้านม อ่อนเพลีย และตรวจปัสสาวะขึ้นสองขีดชัดเจน ต่อมาเมื่อระดับฮอร์โมนเริ่มคงที่หรือลดลง อาการแพ้ท้องอาจค่อยๆ ลดเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเกิดอาการแสดงความผิดปกติที่เตือนให้รู้ว่าอาจเกิดภาวะแท้ง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบสูตินรีแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์และสัญญาณอันตราย: หากมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย มีลักษณะเป็นเลือดสีน้ำตาลหรือเลือดสด ร่วมกับอาการปวดเกร็งท้องน้อยรุนแรงข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีเนื้อเยื่อหลุดออกมาทางช่องคลอด ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงและตรวจวัดระดับฮอร์โมนในเลือดอย่างเร่งด่วน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อยืนยันภาวะท้องลม โดยเริ่มต้นจากการซักประวัติประจำเดือนครั้งสุดท้ายอย่างละเอียด การตรวจภายในและการทำอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าการอัลตราซาวนด์ทางหน้าท้อง ในกรณีที่ยังไม่แน่ชัด แพทย์อาจนัดหมายเพื่อตรวจอัลตราซาวนด์ซ้ำในอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ต่อมา หรือเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนตั้งครรภ์ซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนว่าเป็นไปตามเกณฑ์ของการตั้งครรภ์ปกติหรือไม่

วิธีดูแลรักษาทางการแพทย์และการใช้ยา

เมื่อสูตินรีแพทย์วินิจฉัยยืนยันแน่ชัดแล้วว่าเป็นภาวะท้องลม แนวทางการรักษาจะมีด้วยกันสามวิธีหลัก ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ สภาพร่างกาย และความพร้อมของผู้รับบริการ ได้แก่ การปล่อยให้แท้งเองตามธรรมชาติ การใช้ยาขับการตั้งครรภ์ และการทำหัตถการขูดมดลูกหรือการดูดสุญญากาศ

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการอาการ

ในกรณีที่เลือกใช้วิธีการรักษาด้วยยา แพทย์จะเป็นผู้สั่งจ่ายยาในกลุ่มพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) เช่น ไมโซพรอสทอล (Misoprostol) เพื่อกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวและขับเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ที่ค้างอยู่ออกมาทางช่องคลอด การใช้ยาประเภทนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด ห้ามหาซื้อยามาใช้เองเด็ดขาดเนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะตกเลือดอย่างรุนแรงหรือมดลูกทะลุได้

ขนาดยาและการจัดการความปวดอย่างปลอดภัย

ระหว่างกระบวนการขับเนื้อเยื่อการตั้งครรภ์ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเกร็งช่องท้องค่อนข้างมาก แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาบรรเทาปวดที่เหมาะสม เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดยาที่คำนวณจากน้ำหนักตัว หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs) ในระยะเวลาสั้นๆ ควบคู่ไปกับการสังเกตปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและยาอันตรายที่ห้ามใช้เอง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาขับการตั้งครรภ์หรือการรักษาภาวะท้องลม ได้แก่ อาการปวดเกร็งช่องท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ต่ำๆ และมีเลือดออกทางช่องคลอดคล้ายประจำเดือนปริมาณมาก นานประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์

คำแนะนำจากคุณหมอและยาอันตรายที่ห้ามใช้: ห้ามซื้อยาขับเลือด ยาขับประจำเดือน หรือยาชุดสมุนไพรใดๆ มาทานเองเพื่อขับการตั้งครรภ์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจไม่สามารถควบคุมปริมาณเลือดที่ออกได้ ส่งผลให้เกิดภาวะตกเลือดรุนแรง ช็อก ความดันโลหิตต่ำ และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หากยังมีภาวะเลือดออกผิดปกติเพราะจะไปยับยั้งการแข็งตัวของเลือด

การปฏิบัติตัวและการดูแลสุขภาพหลังการรักษา

หลังผ่านพ้นกระบวนการรักษาภาวะท้องลม ร่างกายและจิตใจของผู้รับบริการต้องการการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ การดูแลตนเองที่บ้านมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • งดการมีเพศสัมพันธ์และการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเวลาอย่างน้อยสี่สัปดาห์ หรือจนกว่าเลือดจะหยุดไหลสนิท เพื่อป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูก
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามิน เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการเสียเลือด
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูงตกค้าง ตกขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือเลือดออกมากไม่ยอมหยุด ควรกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด
  • ดูแลสุขภาพจิตใจ พูดคุยกับคนในครอบครัว เนื่องจากภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการทางธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติิผิดพลาดของผู้ตั้งครรภ์แต่อย่างใด

วิธีป้องกันและการเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

โดยส่วนใหญ่แล้ว ภาวะท้องลมเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตามความผิดปกติทางพันธุมาตรหรือโครโมโซมแบบสุ่ม ซึ่งมักจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป สตรีที่เคยมีภาวะท้องลมสามารถตั้งครรภ์ใหม่ที่สมบูรณ์ได้หลังจากที่มดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูกฟื้นตัวดีแล้ว ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะเวลาการตั้งครรภ์ใหม่อย่างน้อยสองถึงสามรอบประจำเดือน เพื่อให้ร่างกายสร้างความพร้อมและบำรุงสุขภาพด้วยการรับประทานกรดโฟลิก (Folic Acid) ล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down