ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการรับประทานวิตามินเค 2 ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ในยุคปัจจุบันที่กระแสรักสุขภาพและการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการเลือกซื้อวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มาทานเอง หนึ่งในสารอาหารที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือ วิตามินเค 2 (Vitamin K2) เนื่องจากมีส่วนช่วยสำคัญในการบำรุงกระดูกและระบบหลอดเลือด โดยช่วยนำพาแคลเซียมไปสะสมยังกระดูกและฟัน แทนที่จะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดแดง

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือผู้ที่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ การซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเค 2 มาทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ถือเป็นเรื่องที่อันตรายถึงชีวิต เนื่องจากสารอาหารชนิดนี้มีผลโดยตรงต่อกลไกการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาจเข้าไปหักล้างฤทธิ์ของยาและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ทำไมต้องยาละลายลิ่มเลือดและกลไกการทำงาน

ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) เป็นยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเอเทรียลฟิบริลเลชัน (Atrial Fibrillation) ผู้ที่เคยมีภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน ผู้ป่วยที่เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม หรือผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ

กลไกการทำงานของยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มนี้ คือการเข้าไปยับยั้งการทำงานของวิตามินเคในร่างกาย ซึ่งวิตามินเคทำหน้าที่เป็นโคปัจจัยสำคัญในการสร้างโปรตีนที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อฤทธิ์ของวิตามินเคถูกบล็อกด้วยยา เลือดจึงไหลเวียนได้ดีขึ้นและไม่เกาะตัวกันเป็นก้อนอุดตันหลอดเลือด

กลไกการเกิดปฏิกิริยาระหว่างวิตามินเค 2 และยาละลายลิ่มเลือด

แม้ว่าวิตามินเค 1 จะพบมากในผักใบเขียวและเป็นที่ทราบกันดีว่ามีผลต่อยาต้านการแข็งตัวของเลือด แต่วิตามินเค 2 (Menaquinone) ที่อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็มีผลกระทบในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากวิตามินเคทุกรูปแบบมีบทบาทในการกระตุ้นกระบวนการแข็งตัวของเลือด

เมื่อรับประทานอาหารเสริมวิตามินเค 2 เข้าไป ปริมาณวิตามินเคที่เพิ่มขึ้นในร่างกายจะเข้าไปต้านฤทธิ์ของยาละลายลิ่มเลือด ทำให้ประสิทธิภาพของยาในการป้องกันการเกิดลิ่มเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เลือดจะมีแนวโน้มกลับมาแข็งตัวได้ง่ายขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง ปอด และหัวใจ จนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือภาวะหัวใจวายได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ห้ามซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินเค 2 มารับประทานเองเด็ดขาด การเปลี่ยนแปลงปริมาณวิตามินเคในร่างกายอย่างกะทันหันจะทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือด (INR) ผิดปกติทันที ซึ่งอันตรายมาก

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดเผลอรับประทานวิตามินเค 2 ร่วมด้วย หรือเกิดภาวะที่เลือดแข็งตัวผิดปกติ ควรสังเกตอาการเตือนและรีบไปพบแพทย์ทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการชา อ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง
  • พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีปัญหาในการมองเห็น
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือหอบเหนื่อย ซึ่งอาจเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในปอด
  • ขาบวม แดง เจ็บ หรือมีอาการปวดน่องอย่างรุนแรง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ปวดศีรษะเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ

ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายได้รับวิตามินเคในปริมาณที่น้อยเกินไปจนทำให้เลือดไม่แข็งตัว ก็จะเกิดอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหลไม่หยุด เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะมีเลือดปน อุจจาระสีดำ หรือมีรอยฟกช้ำตามร่างกายขนาดใหญ่โดยไม่มีสาเหตุ

วิธีรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง

สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะมีแนวทางในการดูแลและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • การเจาะเลือดตรวจค่า INR อย่างสม่ำเสมอ: เพื่อประเมินระดับการแข็งตัวของเลือดให้อยู่ในเกณฑ์การรักษาที่ปลอดภัย
  • การแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง: ก่อนเริ่มรับประทานวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ทุกชนิด
  • การควบคุมอาหารที่มีวิตามินเคสูง: ไม่จำเป็นต้องงดเว้นอาหารที่มีวิตามินเค เช่น ผักใบเขียวอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่สม่ำเสมอในแต่ละวัน เพื่อให้ระดับยาในเลือดคงที่
คำแนะนำจากคุณหมอ: ความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดคือการปรึกษาแพทย์ผู้treating ก่อนตัดสินใจซื้ออาหารเสริมทุกประเภท ไม่ควรปรับลดหรือเพิ่มขนาดยาเอง และควรแจ้งแพทย์ทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงด้านอาหารหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

การป้องกันและการสื่อสารกับทีมแพทย์

การป้องกันภาวะแทรก้อนจากปฏิกิริยาระหว่างยาและอาหารเสริม เริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักรู้ของผู้ป่วยและญาติ ทุกครั้งที่แพทย์จ่ายยาละลายลิ่มเลือด ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อห้ามและข้อควรระวัง

หากมีความต้องการที่จะบำรุงกระดูกหรือหลอดเลือดด้วยวิตามินเค 2 ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเสียก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสม ปรับขนาดยา หรือตรวจติดตามค่าห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด การสื่อสารที่โปร่งใสระหว่างผู้ป่วยและแพทย์คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down