ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความอัดอั้นของลูกน้อย เมื่อภาษาพูดตามไม่ทันพัฒนาการทางอารมณ์

ในช่วงวัยสองขวบ ซึ่งทางการแพทย์พัฒนาการเด็กเรียกว่าช่วงวัยเตาะแตะหรือวัยเด็กเล็ก เป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตและการเรียนรู้ที่รวดเร็วอย่างยิ่ง ลูกน้อยเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ต้องการความเป็นอิสระ และมีความรู้สึกนึกคิดที่ซับซ้อนขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกัน ทักษะการสื่อสารและคลังคำศัพท์ในสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่ทันกับความต้องการที่จะแสดงออก ลูกเข้าใจสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พูดถึงระดับหนึ่ง แต่เมื่อต้องการบอกเล่าความต้องการ ความรู้สึก หรือความคับข้องใจ กลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นประโยคที่ผู้อื่นเข้าใจได้ ความอัดอั้นตันใจนี้เองที่สะสมและระเบิดออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมอารมณ์ฉุนเฉียว กรีดร้อง หรือที่เรียกกันว่าอาการอาละวาด

ในฐานะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ขอเน้นย้ำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมการกรีดร้องหรือการลงไปนอนดิ้นกับพื้นในเด็กวัยสองขวบนี้ ไม่ใช่การดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผล หรือเป็นการตั้งใจทำตัวไม่ดี แต่เป็นกลไกการแสดงออกทางอารมณ์ตามธรรมชาติของเด็กที่ยังขาดทักษะการจัดการกับความรู้สึกตนเอง สมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเหตุผลและยับยั้งชั่งใจยังเติบโตไม่เต็มที่ ในขณะที่สมองส่วนอารมณ์ทำงานอย่างรุนแรง เมื่อความต้องการไม่ได้รับการตอบสนองทันใจบวกกับความคับข้องใจที่พูดไม่ได้ เด็กจึงเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดในการระบายความเครียดออกสู่ภายนอก

สาเหตุและกลไกทางพัฒนาการที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมกรีดร้อง

การเข้าใจกลไกการทำงานของสมองและพัฒนาการในช่วงวัยนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างใจเย็นและตรงจุดมากยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกแสดงพฤติกรรมรุนแรงเมื่อสื่อสารไม่ได้ มีองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้

  • ความแตกต่างระหว่างความต้องการและขีดความสามารถ สมองของเด็กวัยสองขวบมีความอยากรู้อยากเห็นและมีความต้องการสูงมาก แต่กล้ามเนื้อปาก ลิ้น และกระบวนการคิดเพื่อแปลงความคิดเป็นคำพูดนั้นยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความหงุดหงิดเมื่อสื่อสารไม่สำเร็จ
  • การพัฒนาการด้านตัวตน เด็กวัยนี้เริ่มตระหนักว่าตนเองเป็นบุคคลแยกต่างหากจากพ่อแม่ จึงต้องการแสดงอำนาจและการควบคุมสิ่งแวดล้อมรอบตัว เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังจึงเกิดความโกรธ
  • ความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว หากเด็กมีความเหนื่อยล้า หิว ง่วงนอน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังหรือผู้คนพลุกพล่าน ความสามารถในการอดทนรอคอยจะลดลงอย่างฮวบฮาบ ส่งผลให้ระเบิดอารมณ์ได้ง่ายขึ้น

สัญญาณเตือนและข้อแตกต่างระหว่างพฤติกรรมตามวัยกับภาวะพัฒนาการผิดปกติ

แม้ว่าอาการฉุนเฉียวและกรีดร้องจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเด็กวัยสองขวบ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตแยกแยะให้ออกระหว่างพฤติกรรมตามวัยที่ค่อยๆ ดีขึ้น กับสัญญาณเตือนที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติด้านพัฒนาการหรือการสื่อสารที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทาง

  • พฤติกรรมตามวัยทั่วไป อาการอาละวาดมักเกิดขึ้นเมื่อเด็กไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เหนื่อย หรือหิว แต่มักจะสงบลงได้เมื่อได้รับการเบี่ยงเบนความสนใจหรือเมื่อเด็กอารมณ์เย็นลง เด็กยังคงมีการสบตา รักการสื่อสารผ่านท่าทาง และมีความสุขในการเล่นร่วมกับผู้อื่น
  • พฤติกรรมที่ต้องระวังและควรพบแพทย์ เด็กวัยสองขวบที่ยังไม่มีการสื่อสารใดๆ เลย เช่น ไม่พูดคำที่มีความหมาย ไม่ใช้ท่าทางชี้บอกความต้องการ ไม่สบตาเมื่อเรียกชื่อ มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรงเมื่อโกรธ เช่น เอาหัวโขกพื้นหรือกำแพงซ้ำๆ หรือมีพฤติกรรมทำซ้ำๆ แบบจำเจ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะความล่าช้าทางภาษา หรือความผิดปกติต่างๆ ในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กอายุครบสองขวบแล้วยังไม่สามารถพูดคำเดี่ยวที่มีความหมายได้เลยอย่างน้อยห้าถึงสิบคำ หรือไม่สามารถเชื่อมคำสองคำเข้าด้วยกันได้เลย ควรพามาพบกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเพื่อรับการตรวจคัดกรองการได้ยินและประเมินพัฒนาการทางภาษาอย่างละเอียด

วิธีรับมือที่ถูกต้องเมื่อลูกเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว

เมื่อลูกเริ่มกรีดร้องและอาละวาด สิ่งสำคัญที่สุดคือสติของคุณพ่อคุณแม่ การตอบสนองด้วยความโกรธ การตี การดุด่า หรือการตามใจเพื่อให้ลูกหยุดร้อง จะยิ่งเป็นการเสริมแรงให้พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในอนาคต แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักจิตวิทยาและกุมารเวชศาสตร์มีขั้นตอนดังนี้

  • รักษาสวามิภักดิ์แห่งความสงบ คุณพ่อคุณแม่ต้องควบคุมอารมณ์ตนเองให้มั่นคง ไม่ตะโกนแข่งกับเสียงร้องของลูก เพราะเด็กจะซึมซับอารมณ์ความเกรี้ยวกราดนั้น
  • ประเมินความปลอดภัย ย้ายลูกออกจากบริเวณที่มีสิ่งของอันตราย มุมแหลมคม หรือสิ่งที่จะทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บในระหว่างที่ดิ้นรน
  • ใช้เทคนิคการลดสิ่งกระตุ้น หากอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนมอง ให้พาเด็กออกมาในที่เงียบสงบหรือพื้นที่ส่วนตัว เพื่อลดความกดดันจากสิ่งแวดล้อม
  • ไม่อนุญาตตามคำขอในขณะที่ลูกกำลังกรีดร้อง หากลูกอาละวาดเพราะอยากได้ของเล่นแล้วคุณแม่ยอมซื้อให้ ลูกจะเรียนรู้ว่าการกรีดร้องเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการต่อรอง
  • รอให้เด็กสงบลงก่อนจึงค่อยพูดคุย ในขณะที่เด็กกำลังกรีดร้องสุดเสียง สมองส่วนคิดจะไม่ทำงาน การอธิบายเหตุผลในตอนนี้จึงไร้ประโยชน์ ให้ใช้วิธีโอบกอดด้วยความรักความเข้าใจ หรือนั่งเฝ้ารออยู่ใกล้ๆ อย่างสงบจนกว่าเสียงร้องจะเบาลงและลูกเริ่มหายใจเข้าลึกๆ

วิธีช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อป้องกันการเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน

การแก้ไขที่ต้นเหตุคือการช่วยให้เด็กมีเครื่องมือในการสื่อสารที่ดีขึ้น เพื่อลดความคับข้องใจเมื่อต้องการบอกความต้องการของตนเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกฝนลูกได้ในชีวิตประจำวันดังนี้

  • สอนภาษากายควบคู่กับคำพูด ในเด็กวัยสองขวบที่ยังพูดได้น้อย การส่งเสริมให้ลูกใช้ภาษากาย เช่น การชี้ การพยักหน้า การส่ายหัว หรือการใช้ภาษามืออย่างง่ายสำหรับเด็ก จะช่วยลดความหงุดหงิดลงได้มาก
  • ใช้คำศัพท์ที่ง่ายและชัดเจน พูดคุยกับลูกด้วยประโยคสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ ใช้คำศัพท์เดิมซ้ำๆ เพื่อให้ลูกจดจำและเลียนแบบได้ง่าย เช่น หิวน้ำ ไปเที่ยว นอน
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกจำกัด แทนที่จะถามปลายเปิดกว้างๆ ให้ใช้คำถามที่มีตัวเลือกจำกัดสองอย่าง เพื่อให้ลูกสามารถสื่อสารความต้องการได้สำเร็จ เช่น จะใส่เสื้อสีแดงหรือสีฟ้า จะดื่มนมหรือดื่มน้ำเปล่า
  • อ่านนิทานและร้องเพลงร่วมกันเป็นประจำ การฟังนิทานที่มีภาพประกอบและคำศัพท์ซ้ำๆ จะช่วยกระตุ้นคลังคำศัพท์ในสมองของเด็ก พร้อมทั้งสร้างสายสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัว
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้เวลาร่วมกับลูกอย่างมีคุณภาพโดยปราศจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต เป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดในการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษา สมองของเด็กเล็กเรียนรู้การสื่อสารผ่านการมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับมนุษย์จริงเท่านั้น การปล่อยให้เด็กดูจอภาพเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อการพัฒนาการทางภาษาและเพิ่มความเสี่ยงต่อพฤติกรรมก้าวร้าว

การป้องกันและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้ลูกเกิดความเครียดสะสมจนต้องแสดงออกด้วยพฤติกรรมกรีดร้อง สามารถทำได้โดยการจัดกิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอ เด็กวัยเตาะแตะมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเมื่อรู้ว่าช่วงเวลาต่อไปจะต้องทำอะไร เช่น การกินอาหาร การอาบน้ำ การนอนกลางวัน ควรจัดเวลาเหล่านี้ให้เป็นเวลาเดิมในทุกๆ วัน นอกจากนี้ ควรสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นก่อนที่ลูกจะหงุดหงิด เช่น การขยี้ตา งอแงเล็กน้อย รีบจัดการหาขนมรองท้องหรือพาไปนอนพักผ่อนก่อนที่อารมณ์จะระเบิดออกมา

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลในการรับมือลูกวัยสองขวบอารมณ์ฉุนเฉียว

พฤติกรรมอารมณ์ฉุนเฉียวและกรีดร้องเพราะพูดไม่ได้ในเด็กอายุสองขวบ เป็นช่วงรอยต่อของพัฒนาการที่ท้าทายแต่สามารถก้าวผ่านไปได้หากผู้ดูแลมีความเข้าใจและรับมืออย่างถูกวิธี การตั้งมั่นในความใจเย็น การไม่ใช้ความรุนแรง การให้เวลาเด็กได้สงบสติอารมณ์ และการตั้งใจฝึกฝนทักษะการสื่อสารควบคู่ไปกับภาษากายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าความโกรธและการกรีดร้องไม่ใช่ทางออก แต่การพูดคุยและการแสดงออกด้วยวิธีที่เหมาะสมคือสิ่งที่ได้ผลดีกว่า พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่แข็งแรงและมีทักษะการจัดการอารมณ์ที่ดีเยี่ยมในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down