ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูก 2 ขวบเรียกไม่หัน ไม่สบตา: ความกังวลใจครั้งใหญ่ของคนเป็นพ่อแม่

ในยุคดิจิทัลที่หน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน พ่อแม่หลายท่านอาจสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกน้อยวัยสองขวบ เช่น เรียกชื่อแล้วไม่หันมามอง หลบตาเวลาพูดด้วย พูดช้ากว่าวัย หรือสื่อสารกับคนรอบข้างน้อยลง อาการเหล่านี้สร้างความวิตกกังวลให้อย่างมากว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับภาวะออทิสติก (Autism Spectrum Disorder) หรือโรคออทิสติกเทียม ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเด็กยุคปัจจุบัน และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและสังคมของเด็กในระยะยาว

ทำความเข้าใจออทิสติกเทียม: เกิดจากอะไรและแตกต่างจากออทิสติกแท้อย่างไร

ออทิสติกเทียม (Pseudo-Autism) ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมหรือความผิดปกติของโครงสร้างสมองมาแต่กำเนิดเหมือนออทิสติกแท้ แต่เป็นกลุ่มอาการที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับโรคออทิสติก ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยให้เด็กอายุน้อยกว่าสองขวบหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานติดต่อกันทุกวัน (Screen Time)

กลไกการเกิดโรคออทิสติกเทียมเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการของสมองในช่วงวัยทอง (Critical Period) ซึ่งเป็นช่วงที่สมองต้องการการกระตุ้นผ่านการมีปฏิสัมพันธ์สองทาง (Two-way Interaction) กับมนุษย์จริง ๆ เช่น การสบตา การฟังเสียงพูด การสังเกตสีหน้า และการเล่นร่วมกัน หากเด็กถูกปล่อยให้รับข้อมูลทางเดียว (One-way Communication) จากหน้าจอ สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสื่อสาร การเข้าสังคม และการควบคุมอารมณ์จะไม่ได้รับการกระตุ้นและพัฒนาเท่าที่ควร ส่งผลให้เด็กแสดงพฤติกรรมตัดขาดจากโลกภายนอก เรียกไม่หัน และไม่สบตาในที่สุด

พัฒนาการปกติของเด็กวัย 2 ขวบกับสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

เด็กในวัยสองขวบควรมีพัฒนาการทางด้านสังคมและการสื่อสารที่ชัดเจนหลายประการ หากเด็กมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ควรระมัดระวังและพิจารณาว่าเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags) ที่ต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม

  • เรียกชื่อแล้วไม่หันมามอง หรือทำเหมือนไม่ได้ยิน แม้จะได้ยินเสียงอื่นปกติ
  • ไม่สบตาเวลาพูดคุย หรือหลบตาเมื่อมีคนเข้าหา
  • ไม่ชี้สิ่งของเพื่อบอกความต้องการ หรือไม่มองตามเวลาที่มีคนชี้สิ่งของให้ดู
  • ยังไม่สามารถพูดเป็นคำที่มีความหมาย หรือพูดคำเดี่ยวได้น้อยกว่าห้าคำเมื่ออายุครบสองขวบ
  • ไม่แสดงความรู้สึกร่วมกับผู้อื่น เช่น ไม่ยิ้มตอบ ไม่หัวเราะตาม หรือไม่สนใจเข้ามาเล่นด้วย
  • มีพฤติกรรมทำซ้ำ ๆ หมุนตัว สะบัดมือ หรือจ้องมองวัตถุที่หมุนได้เป็นเวลานาน
  • ติดสิ่งของบางอย่างอย่างไร้เหตุผล หรือโกรธรุนแรงเมื่อกิจวัตรประจำวันเปลี่ยนแปลง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: พ่อแม่หลายท่านมักเข้าใจผิดว่าลูกอาจมีปัญหาทางการได้ยินเนื่องจากเรียกแล้วไม่หัน แต่อาการเรียกไม่หันในเด็กออทิสติกเทียมเกิดจากการขาดความสนใจในสิ่งแวดล้อมและการสื่อสารรอบตัว ไม่ได้มีความผิดปกติที่อวัยวะรับเสียง ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยินร่วมกับการประเมินพัฒนาการทางสมอง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดผ่านกระบวนการดังต่อไปนี้

  • การซักประวัติพฤติกรรมย้อนหลัง พฤติกรรมการใช้หน้าจอของเด็กตั้งแต่วัยทารก และรูปแบบการเลี้ยงดูของครอบครัว
  • การประเมินพัฒนาการตามวัยด้วยเครื่องมือมาตรฐานทางการแพทย์ เช่น แบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
  • การตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจการได้ยิน เพื่อตัดสาเหตุทางกายภาพออกไป
  • การสังเกตพฤติกรรมการเล่นและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในห้องตรวจ

วิธีแก้ไขและฟื้นฟูเด็กที่มีอาการออทิสติกเทียม

ข่าวดีคือ ออทิสติกเทียมสามารถรักษาให้หายขาดและเด็กสามารถกลับมามีพัฒนาการที่เป็นปกติได้ หากได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและถูกวิธี แนวทางการรักษาหลักประกอบด้วย

  • การงดหน้าจออย่างเด็ดขาด (Digital Detox): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษา เด็กต้องหยุดการใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้สมองได้รีเซ็ตและเปิดรับการกระตุ้นจากโลกแห่งความจริง
  • การเพิ่มปฏิสัมพันธ์สองทางในชีวิตประจำวัน: พ่อแม่ต้องใช้เวลาพูดคุย เล่น และทำกิจกรรมร่วมกับลูกอย่างสม่ำเสมอ มองตา เล่นบทบาทสมมติ และอ่านนิทานร่วมกัน
  • การกระตุ้นพัฒนาการและการบำบัด: ในเด็กบางรายที่มีอาการมาก กุมารแพทย์อาจส่งต่อให้พบนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) หรือนักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist) เพื่อช่วยกระตุ้นทักษะทางสังคมและการสื่อสาร
คำแนะนำจากคุณหมอ: การงดหน้าจอในช่วงแรกอาจทำให้เด็กมีอาการหงุดหงิด งอแง หรือร้องอาละวาดอย่างรุนแรงเนื่องจากอาการลงแดงทางพฤติกรรม ขอให้พ่อแม่มีความหนักแน่นและอดทน ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ภายในสองถึงสามสัปดาห์ พฤติกรรมของลูกจะเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสมองเริ่มปรับตัว

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ

เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกิดภาวะออทิสติกเทียมหรือปัญหาพัฒนาการล่าช้า พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

  • ห้ามใช้หน้าจอเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเปิดโทรศัพท์ให้ลูกดูระหว่างมื้ออาหารเพื่อให้ลูกยอมกินข้าว
  • ห้ามปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่าสองขวบใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามลำพัง
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอเกินกว่าเวลาที่สมาคมกุมารแพทย์กำหนด
  • ห้ามละเลยสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ เช่น การที่ลูกไม่ยอมสบตาหรือเรียกไม่หัน โดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะสนใจเล่น

การป้องกันและการเสริมสร้างพัฒนาการระยะยาว

การป้องกันออทิสติกเทียมที่ดีที่สุดคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการของสมอง พ่อแม่ควรส่งเสริมกิจกรรมที่ใช้แรงกายและการเคลื่อนไหว พาเด็กออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นสนามเด็กเล่น ส่งเสริมให้เด็กได้พบปะเพื่อนฝูงในวัยเดียวกัน และใช้วิธีการพูดคุยสื่อสารด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและชัดเจน พร้อมทั้งให้ความรักและความเอาใจใส่อย่างเต็มที่

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่: สรุปขั้นตอนปฏิบัติที่ทำตามได้ทันที
  • สำรวจพฤติกรรมการใช้หน้าจอของลูกในปัจจุบัน และประกาศงดหน้าจอทุกชนิดทันทีหากพบว่าลูกติดจอ
  • ทด องเรียกชื่อและสบตากับลูกบ่อยๆ ในระยะใกล้ หากลูกยังไม่ตอบสนองภายในสองสัปดาห์หลังงดจอ ควรพาไปพบกุมารแพทย์พัฒนาการ
  • จัดตารางกิจกรรมประจำวันให้ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น การทำอาหาร การวาดรูป หรือการเล่นต่อบล็อก
  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับพัฒนาการเฉพาะบุคคลของลูกน้อย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down