ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเข้าใจ

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก รวมถึงในกลุ่มเด็กและทารก แม้โดยส่วนใหญ่เด็กที่ได้รับเชื้อจะมีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในกลุ่มอาการป่วยเล็กน้อย (Mild illness) แต่ในเด็กบางกลุ่มโดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีโรคประจำตัว หรือทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของโรคและสัญญาณเตือนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พ่อแม่รับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างถูกต้องและลดความวิตกกังวลที่เกินจำเป็น

กลไกการเกิดโรคและการแพร่กระจายในเด็ก

เชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ โดยมีช่องทางหลักคือการหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วนำมาสัมผัสบริเวณใบหน้า เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะจับกับตัวรับในเซลล์ทางเดินหายใจ ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบหายใจส่วนบนและส่วนล่าง ในเด็กมักมีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาในการแสดงอาการและความรุนแรงของโรคมีความหลากหลาย

สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ต้องพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากบุตรหลานมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็น Red Flag ที่ต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์โดยเร่งด่วน:

  • ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องนานกว่า 48-72 ชั่วโมง โดยไม่ตอบสนองต่อการให้ยาลดไข้
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ หรือจังหวะการหายใจเปลี่ยนไป
  • หายใจลำบาก สังเกตเห็นอาการอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • ซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ รับประทานอาหารไม่ได้เลยจนเกิดภาวะขาดน้ำ (ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6-8 ชั่วโมง)
  • มีอาการชักร่วมกับไข้ หรือมีอาการซึมสลับกระสับกระส่ายผิดปกติ
  • ไอต่อเนื่องรุนแรงจนส่งผลต่อการนอนหลับหรือการหายใจ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การวัดไข้ควรวัดในช่วงที่ลูกไม่ได้เพิ่งวิ่งเล่นหรืออยู่ในที่อากาศร้อนจัด และควรใช้ปรอทวัดไข้ที่มีมาตรฐาน หากลูกมีอาการหายใจลำบากหรือง่วงซึมมากจนปลุกตื่นยาก นี่คือภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ไข้ลด

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้าน

สำหรับการดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการน้อย (Mild cases) การรักษาหลักคือการรักษาตามอาการ (Supportive care) เพื่อให้ร่างกายเด็กสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ:

  • การบริหารจัดการไข้: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามให้ยาเกินขนาดที่กำหนด
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย เช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม
  • การให้สารน้ำ: เน้นการให้ดื่มนมหรือน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้น
  • การพักผ่อน: จัดสิ่งแวดล้อมให้ลูกได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ในห้องที่มีการระบายอากาศดี
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มาทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากโควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการฆ่าเชื้อไวรัสและอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงหรือเชื้อดื้อยาได้ นอกจากนี้ ห้ามให้ยาแอสไพรินแก่เด็กโดยเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดภาวะ Reye's Syndrome ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

การตรวจวินิจฉัยและการเฝ้าระวังทางการแพทย์

ในกรณีที่บุตรหลานมีอาการน่าสงสัย การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ที่ได้รับมาตรฐาน อย. เป็นวิธีเบื้องต้นที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม หากผลตรวจเป็นลบแต่เด็กมีอาการรุนแรงหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจแบบ RT-PCR หรือการเอกซเรย์ปอดหากจำเป็น

การป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างวินัยด้านสุขอนามัยในครอบครัวอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยในที่ชุมชน การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์อายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น ภาวะ MIS-C (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children)

สรุปรายการตรวจสอบสำหรับพ่อแม่ (Parent Actionable Checklist)

  • ตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ และจดบันทึกไว้
  • สังเกตลักษณะการหายใจของลูก หากเริ่มหอบเหนื่อยต้องรีบพบแพทย์
  • เตรียมยาลดไข้พาราเซตามอลให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวปัจจุบัน
  • ดูแลเรื่องโภชนาการและน้ำดื่มให้เพียงพอเสมอ
  • แยกกักตัวในกรณีที่มีสมาชิกในบ้านติดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อผู้อื่น
  • ติดตามประกาศสาธารณสุขและรับวัคซีนให้ครบถ้วนตามกำหนด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down