ลูกติดเชื้อโควิด-19 อาการรุนแรงแค่ไหน: สังเกตสัญญาณเตือนไข้สูงและวิธีดูแลปลอดภัยตามคำแนะนำแพทย์
เมื่อลูกน้อยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 (COVID-19) พ่อแม่หลายท่านมักเกิดความวิตกกังวลเป็นธรรมดา เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายเด็กได้หลากหลายรูปแบบ ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจธรรมชาติของโรคและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าลูกน้อยอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการรุนแรงที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนหรือไม่
กลไกของเชื้อโควิด-19 ในเด็กและการติดต่อ
เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 เป็นเชื้อก่อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำเข้าสู่ตา จมูก หรือปาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ไวรัสจะจับกับตัวรับ (ACE2 receptors) ซึ่งพบได้มากในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและปอด ส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบ ในเด็กส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังมีลักษณะเฉพาะที่ตอบสนองต่อไวรัสได้ดี อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่าปกติ
อาการแสดงที่พบบ่อยและสัญญาณเตือนอันตราย
โดยส่วนใหญ่ เด็กที่ติดเชื้อโควิด-19 มักมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ได้แก่ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออ่อนเพลีย แต่พ่อแม่ต้องระวังอาการ Red Flags ที่บ่งชี้ถึงความรุนแรงของโรค ดังนี้:
- ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสติดต่อกันมากกว่า 2-3 วัน
- มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ หรือหายใจแล้วหน้าอกบุ๋ม
- เด็กมีภาวะซึมลง ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างที่เคยเป็น
- ภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนหรือถ่ายเหลวรุนแรง เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อยกว่า 6 ชั่วโมง หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
- มีอาการชักจากไข้สูง หรือระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง
วิธีรักษาและการดูแลที่บ้านตามหลักการแพทย์
หากอาการโดยรวมยังไม่รุนแรง การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) ดังนี้:
- การลดไข้: ให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดยาน้ำที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง
- การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง เช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อช่วยการระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเพราะอาจทำให้เกิดอาการสั่น
- การได้รับน้ำและสารอาหาร: ควรให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือให้สารละลายเกลือแร่ (ORS) หากมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
- การสังเกตอาการ: บันทึกอุณหภูมิร่างกายและอาการผิดปกติไว้ในสมุดจดบันทึกทุก 4 ชั่วโมง
สิ่งที่ห้ามทำและข้อควรระวังสำคัญ
พ่อแม่ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ลูกทานเองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เนื่องจากโควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษาและอาจทำให้เกิดการดื้อยาในอนาคต นอกจากนี้ ไม่ควรนำยาต้านไวรัสของผู้ใหญ่มาแบ่งให้เด็กรับประทานเอง เนื่องจากปริมาณยาและผลข้างเคียงมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละช่วงวัย
การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กุมารแพทย์แนะนำ ควบคู่ไปกับการรักษาอนามัยส่วนบุคคล การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และการสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและพร้อมรับมือกับการติดเชื้อ
เช็คลิสต์การปฏิบัติสำหรับพ่อแม่
- วัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอและจดบันทึกไว้
- จัดเตรียมยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กให้พร้อมในตู้ยาประจำบ้าน
- สังเกตลักษณะการหายใจของลูกหากมีอาการไอหรือไข้
- แยกของใช้ส่วนตัวของลูกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อในครอบครัว
- ปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine หากไม่แน่ใจเรื่องอาการเบื้องต้น