เจาะลึกความเข้าใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง
การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สงสัยว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ อุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ผ่านปัสสาวะในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลักคือ แบบหยดและแบบจุ่ม แม้ว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์ของทั้งสองแบบจะเหมือนกัน คือการตรวจวัดระดับฮอร์โมนฮิวแมนโคริโอนิกโกนาโดโทรปิน หรือที่รู้จักกันในชื่อฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin - hCG) ซึ่งร่างกายจะสร้างขึ้นเมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก แต่ขั้นตอนการใช้งานและการปฏิบัติที่ถูกต้องมีความแตกต่างกันเล็กน้อย หากปฏิบัติไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลลวง ทั้งผลบวกปลอมและผลลบปลอม ซึ่งสร้างความสับสนและวิตกกังวลให้กับผู้ใช้งานได้
กลไกการทำงานและฮอร์โมนเอชซีจี
ฮอร์โมนเอชซีจี (hCG) เป็นโปรตีนฮอร์โมนที่ถูกหลั่งออกมาจากรกที่กำลังพัฒนาหลังจากการปฏิสนธิและการฝังตัว ระดับของฮอร์โมนนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวัน ที่ตรวจครรภ์ไม่ว่าจะเป็นแบบหยดหรือแบบจุ่ม จะอาศัยหลักการทางภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunoassay) โดยใช้แอนติบอดีที่จำเพาะเจาะจงต่อฮอร์โมนเอชซีจี หากในปัสสาวะมีฮอร์โมนนี้อยู่เกินระดับความไวของชุดตรวจ สารเคมีบนแถบตรวจจะทำปฏิกิริยาและแสดงผลออกมาเป็นขีดสีปรากฏขึ้น ทั้งนี้ ความไวของชุดตรวจแต่ละยี่ห้ออาจแตกต่างกัน โดยทั่วไปจะมีความไวเริ่มต้นที่ระดับยี่สิบถึงยี่สิบห้ามิลลิอินเตอร์แนชันแนลยูนิตต่อมิลลิลิตร (25 mIU/mL)
วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดให้ถูกต้องทุกขั้นตอน
ชุดตรวจครรภ์แบบหยด (Cassette Test) ประกอบด้วยตลับพลาสติกที่มีช่องสำหรับหยดปัสสาวะและหน้าต่างแสดงผล พร้อมกับหลอดหยดพลาสติกขนาดเล็ก การใช้ให้ถูกต้องมีขั้นตอนดังนี้
- เก็บตัวอย่างปัสสาวะลงในถ้วยตวงที่สะอาดและแห้งสนิท โดยแนะนำให้ใช้ปัสสาวะแรกในช่วงเช้า เนื่องจากมีความเข้มข้นของฮอร์โมนเอชซีจีสูงสุด
- ใช้หลอดหยดที่มา ในชุด ดูดตัวอย่างปัสสาวะขึ้นมาในปริมาณที่พอเหมาะ
- หยดปัสสาวะลงในหลุมทดสอบ (Sample Well) บนตลับตามจำนวนหยดที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับเครื่องมือ ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่สามถึงสี่หยด
- วางตลับทดสอบไว้บนพื้นผิวที่ราบเรียบ ห้ามเอียงตลับ
- รออ่านผลภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างห้าถึงสิบนาที ห้ามอ่านผลหลังจากเวลาที่กำหนดเพราะอาจเกิดขีดจางๆ ที่เรียกว่าขีดระเหย (Evaporation Line) ซึ่งทำให้เข้าใจผิดได้
วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มให้ถูกต้องทุกขั้นตอน
ชุดตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Strip Test) เป็นกระดาษทดสอบที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากมีราคาประหยัด การใช้งานต้องอาศัยความระมัดระวังดังนี้
- เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวงที่สะอาดเช่นเดียวกัน
- หยิบแผ่นทดสอบขึ้นมาโดยจับบริเวณด้ามจับ ระวังอย่าให้มือสัมผัสโดนบริเวณขีดลูกศรหรือพื้นที่ทดสอบ
- จุ่มแผ่นทดสอบลงในถ้วยปัสสาวะในแนวตั้ง โดยให้ลูกศรชี้ลงด้านล่าง และระวังอย่าให้ระดับปัสสาวะท่วมเกินขีดสูงสุด (MAX Line) ที่กำหนดไว้บนแผ่นตรวจ
- แช่แผ่นทดสอบไว้ในปัสสาวะประมาณสามถึงห้าวินาที ,
- ยกแผ่นทดสอบขึ้นมาวางพาดไว้บนขอบถ้วยหรือวางบนพื้นผิวที่ราบเรียบและแห้งสนิท
- รออ่านผลภายในเวลาห้าถึงสิบนาทีตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
คำแนะนำจากคุณหมอ: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจคือการใช้ปัสสาวะแรกหลังตื่นนอนในตอนเช้า หากตรวจเร็วเกินไปในช่วงที่ประจำเดือนเพิ่งขาดไปเพียงไม่กี่วัน อาจทำให้ได้ผลลบปลอมเนื่องจากฮอร์โมนยังน้อยเกินไป แนะนำให้เว้นระยะและตรวจซ้ำอีกครั้งในอีกสามถึงเจ็ดวันถัดมาสาเหตุของผลลวงพลาดและการป้องกัน
การใช้ที่ตรวจครรภ์อาจให้ผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- ผลลบปลอม (False Negative): เกิดจากการตรวจเร็วเกินไป ปัสสาวะเจือจางจากการดื่มน้ำมากก่อนตรวจ หรือชุดตรวจหมดอายุหรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี
- ผลบวกปลอม (False Positive): พบได้น้อยแต่มเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้ป่วยกำลังใช้ยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอชซีจีเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก หรือมีภาวะความผิดปกติบางอย่าง เช่น เนื้องอกบางชนิดที่ผลิตฮอร์โมนคล้ายเอชซีจี
สัญญาณเตือนอันตรายและภาวะวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด
เมื่อตรวจพบการตั้งครรภ์ ผู้หญิงหลายคนอาจมีความกังวลหรือพบอาการผิดปกติบางประการ ซึ่งบางอาการอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบอาการเหล่านี้ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที:
- ปวดท้องน้อยรุนแรงหรือปวดเฉียบพลัน: โดยเฉพาะการปวดข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ที่ท่อนำไข่อาจแตกและทำให้เกิดเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก
- มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ: ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยหรือเลือดออกมากพร้อมกับมีชิ้นเนื้อหลุดออกมา ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion) หรือภาวะแท้งสมบูรณ์
- เวียนศีรษะมาก หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ: เป็นอาการที่แสดงถึงภาวะช็อกจากการเสียเลือดภายในช่องท้องจากภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์
- มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับตกขาวผิดปกติ: อาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและตัวอ่อน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะท้องนอกมดลูกถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูตินรีเวชที่อันตรายถึงชีวิต หากมีอาการปวดท้องน้อยร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังตรวจพบการตั้งครรภ์ ต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน ห้ามรอให้ถึงกำหนดนัดฝากครรภ์ตามปกติเด็ดขาดการปฏิบัติตัวและการดูแลสุขภาพหลังจากทราบผลตรวจครรภ์
เมื่อผลการตรวจครรภ์แสดงผลเป็นบวก สิ่งที่ควรปฏิบัติทันทีคือการวางแผนไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ด้วยการอัลตราซาวด์และการตรวจเลือด การฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงไตรมาสแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินสุขภาพครรภ์ การคำนวณอายุครรภ์ที่ถูกต้อง และการได้รับวิตามินเสริมเช่นกรดโฟลิกเพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของทารก นอกจากนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ งดการสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์