ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด แม่นยำระดับไหนและทำไมถึงเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดถือเป็นหนึ่งในวิธีการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ได้อย่างแม่นยำแม้จะมีปริมาณน้อยมากๆ โดยฮอร์โมนตัวหลักที่มีการตรวจวัดคือฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือย่อว่า hCG) ซึ่งสร้างขึ้นจากรกของทารกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการปฏิสนธิและการฝังตัวในผนังมดลูก ความแม่นยำของการตรวจเลือดนั้นสูงกว่าการตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจตั้งครรภ์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แพทย์มักเลือกใช้การตรวจเลือดเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ในระยะแรกเริ่ม หรือในกรณีที่ผู้รับบริการต้องการความมั่นใจสูงสุด รวมถึงใช้ในการวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์

ประเภทของการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดและกลไกการทำงาน

การตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีวัตถุประสงค์และระดับความละเอียดในการตรวจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

การตรวจฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปินแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test)

เป็นการตรวจเพื่อหาว่ามีฮอร์โมนชนิดนี้อยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ โดยให้ผลลัพธ์เป็นบวกหรือลบเท่านั้น (ตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์) มีความไวในการตรวจใกล้เคียงกับการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ แต่มีความแม่นยำมากกว่าเนื่องจากตรวจจากตัวอย่างเลือดโดยตรง สามารถตรวจพบได้หลังจากมีการปฏิสนธิไปแล้วประมาณสิบวันถึงสิบสองวัน

การตรวจฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปินแบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG)

เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปินในเลือดอย่างละเอียดว่ามีค่าเท่าไร หน่วยเป็นมิลลิอินเตอร์เนชันแนลยูนิตต่อมิลลิลิตร (mIU/mL) การตรวจวิธีนี้มีประโยชน์อย่างมากในทางการแพทย์ นอกจากการยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว แพทย์ยังสามารถใช้ติดตามอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนซึ่งควรจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองถึงสามวันในช่วงไตรมาสแรก หากระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะแท้งคุกคาม หรือภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก

ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแม่นยำ 100% ไหม และกรณีใดบ้างที่ผลตรวจอาจคลาดเคลื่อน

แม้ว่าการตรวจเลือดจะเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมาก (ความแม่นยำสูงถึงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทางปฏิบัติ) แต่ในทางการแพทย์ไม่มีการตรวจใดที่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกสถานการณ์ คำถามที่ว่า ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแม่นยำ 100 หรือไม่นั้น ต้องทำความเข้าใจว่าผลตรวจอาจมีความคลาดเคลื่อนได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy)

ในกรณีที่ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิไปฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น ที่ท่อนำไข่ ร่างกายยังคงผลิตฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปินออกมาได้ ทำให้ผลตรวจเลือดเป็นบวก (แสดงว่าตั้งครรภ์) แต่ระดับฮอร์โมนอาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าปกติหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งแพทย์ต้องอาศัยการอัลตราซาวนด์ร่วมด้วยเพื่อยืนยันตำแหน่งการฝังตัว

การแท้งบุตรในระยะเริ่มต้นหรือการแท้งตามธรรมชาติ (Early Miscarriage or Chemical Pregnancy)

บางครั้งไข่ได้รับการปฏิสนธิและมีการฝังตัวชั่วคราวทำให้ฮอร์โมนเริ่มหลั่งออกมาและตรวจพบในเลือด แต่ต่อมาตัวอ่อนไม่สามารถพัฒนาต่อได้และหลุดออกไปพร้อมกับประจำเดือน (ที่มาล่าช้าเล็กน้อย) หากตรวจเลือดในช่วงรอยต่อนี้ อาจพบผลบวกจางๆ หรือพบระดับฮอร์โมนที่กำลังลดลง ซึ่งทำให้เกิดความสับสนได้

การใช้ยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปิน

ผู้เข้ารับการรักษาผู้มีบุตรยากบางรายอาจได้รับการฉีดยาฮอร์โมนฮิวแมนโครโอนิคโกนาโดโทรปินเพื่อกระตุ้นการตกไข่ (Trigger Shot) หากเข้ารับการตรวจเลือดเร็วเกินไปหลังจากฉีดยา ฤทธิ์ของยาที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดอาจทำให้ผลตรวจออกมาเป็นบวกปลอม (False Positive) แม้ว่าจะยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจริงก็ตาม

ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหรือเนื้องอกบางชนิด

ในบางกรณีที่พบได้น้อยมาก เซลล์บางชนิดในร่างกาย เช่น เนื้องอกที่ผลิตฮอร์โมน หรือความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางประการ สามารถผลิตสารที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮอร์โมนตั้งครรภ์ ส่งผลให้ผลตรวจเลือดมีความคลาดเคลื่อนและให้ผลบวกปลอมได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: การแปลผลตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ ห้ามวินิจฉัยตนเองจากตัวเลขค่าฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากค่าปกติของแต่ละห้องปฏิบัติการอาจมีความแตกต่างกัน และต้องอาศัยประวัติประจำเดือนร่วมกับการตรวจอัลตราซาวนด์ประกอบการวินิจฉัยทางคลินิก

อาการและสัญญาณเตือนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจการตั้งครรภ์

นอกจากการตรวจเมื่อประจำเดือนขาดหายไปแล้ว ยังมีกลุ่มอาการทางร่างกายหลายประการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง ซึ่งควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ได้แก่

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในช่วงเช้า (Morning Sickness)
  • ความรู้สึกคัดตึงเต้านม เจ็บหัวนม หรือเต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดเวลามากกว่าปกติ
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นเนื่องจากมดลูกเริ่มขยายตัวไปกดทับกระเพาะปัสสาวะและเลือดไปเลี้ยงอุ้งเชิงกรานมากขึ้น
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือมีความไวต่อกลิ่นต่างๆ มากเป็นพิเศษ

วิธีดูแลตนเองและการปฏิบัติตัวเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์

หากคุณตรวจพบว่าตั้งครรภ์จากการตรวจเลือด สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง มีแนวปฏิบัติทางการแพทย์ที่สำคัญดังนี้

การฝากครรภ์โดยเร็วที่สุด

การไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ในไตรมาสแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง แพทย์จะได้ประเมินอายุครรภ์ คำนวณกำหนดคลอด ตรวจเลือดคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคติดต่อ และจ่ายวิตามินที่จำเป็น เช่น กรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อป้องกันความพิการทางสมองและไขสันหลังของทารก

การปรับเปลี่ยนโภชนาการที่เหมาะสม

ควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินต่างๆ หลีกเลี่ยงอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารหมักดอง และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ รวมถึงการจำกัดปริมาณคาเฟอีนในแต่ละวัน

การหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์

สตรีมีครรภ์ห้ามซื้อยา รับประทานเองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ยาปฏิชีวนะ หรือยาสสมุนไพรบางชนิด เนื่องจากยาสามารถผ่านรกและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้อย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

สรุปข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง รวดเร็ว และให้ผลที่ชัดเจนกว่าการตรวจปัสสาวะทั่วไป โดยเฉพาะการตรวจแบบเชิงปริมาณที่สามารถบอกระดับฮอร์โมนเพื่อติดตามความผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ในบางกรณี เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก การแท้งในระยะเริ่มต้น หรือผลจากยาฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ ดังนั้น หากมีข้อสงสัยหรือผลตรวจไม่ชัดเจน ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวนด์และการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down