ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความลับการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง: ทำไมตรวจแล้วยังพลาด เกิดจากอะไร

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองผ่านชุดทดสอบฮอร์โมนปัสสาวะ (Home Pregnancy Test) เป็นวิธีเบื้องต้นที่มีความสะดวกรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้หญิงที่สงสัยว่าตนเองอาจกำลังตั้งครรภ์ หลักการทำงานทางการแพทย์ของชุดตรวจเหล่านี้คือการตรวจหาฮอร์โมนฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าฮอร์โมน hCG) ซึ่งร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นหลังจากตัวอ่อนฝังตัวกับผนังมดลูกแล้ว ฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกขับออกมาทางกระแสเลือดและปัสสาวะ โดยความเข้มข้นจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แม้ชุดตรวจในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงถึงร้อยละเก้าสิบเก้าหากใช้ถูกวิธี แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับพบปัญหาผลตรวจลวง (False Results) อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผลลวงว่าท้องทั้งที่ไม่ได้ท้อง (False Positive) หรือผลลวงว่าไม่ท้องทั้งที่จริงแล้วตั้งครรภ์ (False Negative) ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวชุดตรวจที่ไม่มีคุณภาพ แต่เกิดจากขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง การเลือกใช้ชุดตรวจไม่ตรงกับช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือการเก็บตัวอย่างปัสสาวะผิดวิธี ดังนั้น การทำความเข้าใจกลไกการทำงานและวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดและแบบจุ่มให้ถูกต้อง 100% จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและน่าเชื่อถือที่สุด

เจาะลึกกลไกฮอร์โมนตั้งครรภ์และช่วงเวลาทองในการตรวจ

ก่อนจะลงลึกถึงขั้นตอนการใช้ชุดตรวจ จำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกทางสรีรวิทยาของการปฏิสนธิเสียก่อน เมื่อไข่ได้รับการผสมกับอสุจิและเคลื่อนตัวมาฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก รกจะเริ่มสร้างฮอร์โมน hCG ออกมา โดยในระยะแรกปริมาณฮอร์โมนนี้จะน้อยมาก และจะเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวัน หากทำการตรวจเร็วเกินไป เช่น ก่อนรอบเดือนขาดหายไป (Missed Period) ปริมาณฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะอาจยังต่ำกว่าระดับความไว (Sensitivity) ของชุดตรวจ ทำให้ชุดตรวจไม่สามารถจับสัญญาณได้ ส่งผลให้เกิดผลลบปลอม (False Negative) ได้

คำแนะนำจากคุณหมอ: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจครรภ์คือช่วงเช้าหลังตื่นนอนทันที (First Morning Urine) เนื่องจากปัสสาวะในช่วงนี้จะมีความเข้มข้นสูงสุดของฮอร์โมน hCG ทำให้ชุดตรวจสามารถจับสัญญาณความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุด หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ก่อนตรวจเพราะจะทำให้ปัสสาวะเจือจางและลดความแม่นยำลง

ประเภทของชุดตรวจครรภ์และการใช้งานที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์

ในปัจจุบันชุดตรวจครรภ์ที่มีวางจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยาหลักๆ มีด้วยกันสองแบบยอดนิยม ได้แก่ แบบหยด (Cassette Type) และแบบจุ่ม (Strip Type) ซึ่งแต่ละแบบจะมีรายละเอียดขั้นตอนการใช้ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้

วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดให้ถูกต้องทุกขั้นตอน

ชุดตรวจแบบหยดประกอบด้วยตลับทดสอบ (Cassette) หลอดหยดพลาสติกขนาดเล็ก และช่องสำหรับหยดปัสสาวะพร้อมช่องแสดงผล มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เคร่งครัดดังนี้:

  • เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวงหรือภาชนะสะอาดที่แห้งสนิท ปราศจากสารเคมีหรือคราบน้ำยาทำความสะอาดปนเปื้อน
  • ใช้หลอดหยดพลาสติกที่ให้มาในชุดตรวจ ดูดปัสสาวะขึ้นมาในปริมาณที่พอเหมาะ
  • หยดปัสสาวะลงในหลุมทดสอบ (Sample Well) ของตลับตามจำนวนหยดที่ระบุไว้ในคู่มือของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณสามถึงสี่หยด
  • ระวังอย่าหยดปัสสาวะลงในช่องแสดงผล (Result Window) เด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำยาเคมีภายในเสียสภาพและอ่านผลไม่ได้
  • วางตลับทดสอบไว้บนพื้นราบในระดับสายตา ห้ามเอียงหรือยกตลับขึ้นมาดูในขณะที่ปัสสาวะกำลังซึมผ่าน
  • รออ่านผลภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปคือสามถึงห้านาที ห้ามอ่านผลหลังจากเวลาผ่านไปนานเกินสิบนาทีเพราะอาจเกิดขีดจางๆ จากการระเหยของน้ำปัสสาวะที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลบวกปลอมได้

วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่มให้ถูกต้องทุกขั้นตอน

ชุดตรวจแบบจุ่มเป็นแผ่นกระดาษทดสอบ (Strip) ที่มีความไวสูงและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ:

  • เก็บปัสสาวะลงในถ้วยสะอาดเช่นเดียวกับแบบหยด
  • หยิบแผ่นทดสอบขึ้นมา โดยสังเกตลูกศรชี้ทิศทางบนแผ่นทดสอบ ห้ามสัมผัสโดนบริเวณขีดทดสอบสีขาวเด็ดขาด
  • จุ่มแผ่นทดสอบลงในถ้วยปัสสาวะในแนวตั้ง โดยให้ระดับน้ำปัสสาวะอยู่ต่ำกว่าขีดจำกัดสูงสุด (Max Line) ที่ระบุไว้บนแผ่นทดสอบ
  • ระวังอย่าให้ปปัสสาวะท่วมสูงเกินขีด Max Line เป็นอันขาด เพราะจะทำให้อุปกรณ์ภายในชำรุดและอ่านผลผิดพลาด
  • แช่แผ่นทดสอบไว้ในปัสสาวะประมาณห้าถึงสิบวินาที หรือตามเวลาที่คู่มือของแต่ละยี่ห้อกำหนด
  • นำแผ่นทดสอบขึ้นมาวางพาดไว้บนขอบภาชนะที่แห้งสนิทหรือวางบนพื้นราบในระดับสายตา
  • รอเวลาอ่านผลประมาณสามถึงห้านาทีเช่นเดียวกัน

การอ่านผลการตรวจและความหมายทางการแพทย์

การแปลผลการตรวจครรภ์แบ่งออกเป็นสามลักษณะหลักๆ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการประเมินเบื้องต้น:

  • ผลบวก (Positive / ตั้งครรภ์): ปรากฏขีดสีแดงหรือสีชมพูขึ้นสองขีด ทั้งบริเวณควบคุม (C) และบริเวณทดสอบ (T) แม้ว่าขีดที่บริเวณ T จะจางมากเพียงใดก็ตาม ก็ถือว่าให้ผลบวก เนื่องจากหมายถึงมีการตรวจพบฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ
  • ผลลบ (Negative / ไม่ตั้งครรภ์): ปรากฏขีดสีแดงหรือสีชมพูขึ้นเพียงขีดเดียวที่บริเวณควบคุม (C) เท่านั้น และไม่มีขีดขึ้นที่บริเวณ T หมายความว่าไม่พบฮอร์โมน hCG ในระดับที่ตรวจพบได้
  • ผลการตรวจใช้ไม่ได้ (Invalid): ไม่ปรากฏขีดใดๆ เลย หรือปรากฏขีดขึ้นที่บริเวณ T แต่ไม่ขึ้นที่บริเวณ C สาเหตุนี้เกิดจากชุดตรวจเสื่อมสภาพ ใช้หมดอายุ หรือทำผิดขั้นตอนการทดสอบ ต้องทำการตรวจซ้ำด้วยชุดตรวจชุดใหม่ทันที

สาเหตุของผลลวงพลาดและข้อควรระวังทางการแพทย์ที่ต้องรู้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผลตรวจครรภ์อาจให้ผลลวงได้จากหลายปัจจัย เช่น การใช้ชุดตรวจที่หมดอายุ การทานยาบางชนิดที่มีฮอร์โมน hCG เป็นส่วนประกอบ หรือภาวะความผิดปกติทางร่างกายบางประการ เช่น โรคเนื้องอกบางชนิดที่ผลิตฮอร์โมนคล้ายคลึงกัน หากผลตรวจขัดแย้งกับอาการทางร่างกาย ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจยืนยันด้วยอัลตร้าซาวด์หรือการเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมนในห้องปฏิบัติการ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการอ่านผลเร็วกว่ากำหนดหรือช้ากว่าเวลาที่คู่มือระบุ รวมถึงการเก็บปัสสาวะในช่วงเวลาที่เจือจางเกินไป นอกจากนี้ หากคุณผู้หญิงมีรอบเดือนมาไม่ปกติ การคำนวณวันไข่ตกอาจคลาดเคลื่อน ทำให้ตรวจเร็วเกินไปจนฮอร์โมนยังไม่สูงพอ หากสงสัยว่าตั้งครรภ์แต่ตรวจแล้วขึ้นขีดเดียว แนะนำให้รออีกสามถึงเจ็ดวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง

วิธีปฏิบัติเมื่อตรวจพบผลบวกและการดูแลสุขภาพครรภ์ระยะแรก

เมื่อผลการตรวจยืนยันว่าตั้งครรภ์ ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการเดินทางไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และตรวจยืนยันทางการแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติคำนวณอายุครรภ์ ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองโรคติดต่อและภาวะสุขภาพ รวมถึงการทำอัลตร้าซาวด์เพื่อดูตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อน ว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมดลูกปกติหรือไม่ พร้อมทั้งรับคำแนะนำเรื่องการรับประทานวิตามินกรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของทารกในครรภ์

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับการตรวจและการป้องกันความผิดพลาด

การใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดและแบบจุ่มให้ถูกต้อง 100% ไม่ให้ผลลวงพลาดนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด การเลือกใช้ปัสสาวะแรกของวัน การตรวจสอบวันหมดอายุของชุดตรวจ และการอ่านผลในเวลาที่กำหนด การเตรียมความพร้อมทางจิตใจและการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงตั้งแต่วันแรกที่ทราบว่าตั้งครรภ์ จะช่วยให้คุณแม่และทารกน้อยในครรภ์มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงตลอดระยะเวลาเก้าเดือน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down