ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด แม่นยำระดับไหนและเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด

การตรวจการตั้งครรภ์เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้หญิงที่สงสัยว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ ในปัจจุบันวิธีการตรวจมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจปัสสาวะด้วยตนเองและการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดคือการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด (Blood Pregnancy Test) ซึ่งหลายคนมักมีคำถามในใจว่า การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแม่นยำ 100 หรือไม่ และในทางการแพทย์มีปัจจัยใดบ้างที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์เกิดความคลาดเคลื่อน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดจากมุมมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

กลไกการทำงานและระดับความแม่นยำของการตรวจเลือด

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดเป็นการตรวจหาฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยรกหลังจากที่ตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกแล้ว ฮอร์โมนนี้จะเข้าสู่กระแสเลือดและปัสสาวะ โดยการตรวจเลือดสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ การตรวจหาปริมาณฮอร์โมนแบบระบุค่าตัวเลขที่แน่นอน (Quantitative hCG Test หรือ Beta-hCG) และการตรวจหาว่ามีฮอร์โมนนี้อยู่หรือไม่ (Qualitative hCG Test)

ในแง่ของความแม่นยำ การตรวจเลือดถือว่ามีความไวสูงมาก สามารถตรวจพบฮอร์โมน hCG ได้ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ แม้ว่าประจำเดือนจะยังไม่ขาดหายไป โดยทั่วไปมักตรวจพบได้ตั้งแต่ประมาณเจ็ดถึงสิบสองวันหลังจากการปฏิสนธิ ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าการใช้ชุดตรวจปัสสาวะทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ไม่มีการตรวจใดที่ให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกสถานการณ์ จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดจึงอาจพบกรณีที่ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้ในบางบุคคล

กรณีและสาเหตุที่ทำให้ผลตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดคลาดเคลื่อน

แม้ว่าการตรวจเลือดจะมีความแม่นยำสูงมาก แต่แพทย์พบว่ามีบางสถานการณ์ที่อาจทำให้ผลการตรวจเกิดความผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ ดังนี้

  • การตรวจเร็วเกินไป: หากทำการตรวจเลือดในช่วงที่เร็วเกินไป เช่น ก่อนที่ตัวอ่อนจะมีเวลาพอในการฝังตัวและผลิตฮอร์โมน hCG ออกมาในปริมาณที่ตรวจจับได้ ระดับฮอร์โมนอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์การตรวจวัด ส่งผลให้เกิดผลลบปลอม (False Negative) แม้ว่าจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้วก็ตาม
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy): ในกรณีที่ตัวอ่อนไปฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น ที่ท่อนำไข่ ระดับฮอร์โมน hCG อาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าปกติหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของการตั้งครรภ์ในมดลูก ทำให้แพทย์ต้องติดตามอาการและตรวจซ้ำอย่างใกล้ชิด
  • ภาวะแท้งตามธรรมชาติในระยะเริ่มต้น (Chemical Pregnancy): เกิดขึ้นเมื่อมีการปฏิสนธิและการฝังตัวเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ทำให้ร่างกายเริ่มผลิตฮอร์โมน hCG และตรวจพบได้ แต่ต่อมาการตั้งครรภ์ไม่ดำเนินต่อและหลุดออกไปก่อนที่จะอัลตราซาวด์เห็น ทำให้ผลตรวจในช่วงแรกให้ผลบวก แต่ต่อมาระดับฮอร์โมนจะลดลงอย่างรวดเร็ว
  • การปนเปื้อนหรือความผิดพลาดของห้องปฏิบัติการ: แม้จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่ความผิดพลาดในกระบวนการจัดการตัวอย่างเลือด การติดป้ายชื่อผิด หรือความผิดเพี้ยนของน้ำยาตรวจในห้องปฏิบัติการ ก็เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
  • โรคบางชนิดหรือการใช้ยาบางประเภท: เนื้องอกบางชนิดที่สร้างฮอร์โมน hCG หรือการได้รับฮอร์โมนเพื่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก อาจทำให้ผลตรวจเลือดแสดงผลบวกปลอม (False Positive) ได้เช่นกัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผลตรวจเลือดแสดงความขัดแย้งกับอาการทาง 1 คลินิก เช่น มีอาการแพ้ท้องหรือขาดประจำเดือน แต่ผลตรวจเป็นลบ หรือมีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจอัลตราซาวด์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก

วิธีวินิจฉัยและการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง

เมื่อเข้ารับการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด แพทย์จะพิจารณาจากประวัติประจำเดือนครั้งสุดท้าย ร่วมกับอาการแสดงทางร่างกาย หากต้องการความมั่นใจสูงสุด แพทย์มักจะแนะนำให้มีการตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน hCG โดยปกติแล้ว ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ที่ปกติ ระดับฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองถึงสามวัน หากระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ แพทย์จึงจะยืนยันการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์และนัดหมายเพื่อทำการตรวจอัลตราซาวด์ยืนยันการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกต่อไป

คำแนะนำจากคุณหมอ: สำหรับผู้ที่ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองแล้วพบผลบวก ควรมาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดและฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ การดูแลสุขภาพ คุมอาหาร หลีกเลี่ยงสารเคมี งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงการรับประทานวิตามินโฟลิกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของทารกตั้งแต่วันแรกเริ่มของการตั้งครรภ์

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดเป็นการตรวจที่มีความแม่นยำสูงและเชื่อถือได้ทางการแพทย์ แต่ควรทำความเข้าใจถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจเพื่อป้องกันผลตรวจคลาดเคลื่อน หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความเสี่ยงเรื่องภาวะแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาที่ถูกต้องปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down