ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด แม่นยำระดับไหนและทำไมถึงเป็นที่นิยม

การตรวจการตั้งครรภ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญอันดับแรกสำหรับผู้หญิงที่สงสัยว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ ในปัจจุบันวิธีการตรวจมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งการใช้ชุดทดสอบปัสสาวะด้วยตนเองและการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ หนึ่งในวิธีที่แพทย์มักแนะนำเมื่อต้องการความมั่นใจสูงสุดคือ การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด (Blood Pregnancy Test) ซึ่งหลายคนมักตั้งคำถามว่าวิธีนี้แม่นยำถึงร้อยเปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ และมีปัจจัยใดบ้างที่อาจทำให้ผลการตรวจเกิดความคลาดเคลื่อน ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้จะมาอธิบายกลไกทางการแพทย์ ข้อดี ข้อจำกัด และไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์อย่างละเอียด

กลไกการทำงานและฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นทางปัสสาวะหรือทางเลือด ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การตรวจหาฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือเรียกว่า hCG) ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรก หลังจากที่ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วฝังตัวลงบนเยื่อบุโพรงมดลูก โดยทั่วไปร่างกายจะเริ่มผลิตฮอร์โมนนี้ออกมาหลังจากมีการปฏิสนธิไปแล้วประมาณหกถึงสิบวัน และปริมาณฮอร์โมน hCG จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวันในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

ประเภทของการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมน hCG ทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีความไวและประโยชน์ในการวินิจฉัยที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การตรวจหาฮอร์โมน hCG แบบเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นบวก (พบการตั้งครรภ์) หรือลบ (ไม่พบการตั้งครรภ์) มีความไวในการตรวจพบคล้ายคลึงกับการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ
  • การตรวจหาฮอร์โมน hCG แบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในเลือดอย่างแม่นยำว่าเป็นตัวเลขเท่าใด วิธีนี้มีความละเอียดสูงมาก สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมากๆ และแพทย์มักใช้ในการติดตามอาการผิดปกติ เช่น ภาวะแท้งคุกคาม หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก

ไขข้อสงสัย ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์จริงหรือ

ในทางการแพทย์ แม้ว่าการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดจะเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมากเมื่อเทียบกับการตรวจปัสสาวะ แต่คำว่าแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์อาจไม่ใช่คำอธิบายที่ถูกต้องเสียทีเดียว การตรวจเลือดมีความแม่นยำสูงถึงประมาณเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสามารถตรวจพบระดับฮอร์โมนที่น้อยมากๆ ได้ก่อนการตรวจปัสสาวะหลายวัน แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนได้จากหลายสาเหตุทางการแพทย์

คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้การตรวจเลือดจะมีความไวสูงมาก แต่หากมาตรวจเร็วเกินไปในขณะที่ร่างกายยังสร้างฮอร์โมน hCG น้อยกว่าระดับที่เครื่องมือจะตรวจจับได้ ก็อาจทำให้เกิดผลลบปลอมได้เช่นกัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจคือหลังจากวันที่ประจำเดือนควรจะมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งวัน

กรณีที่ทำให้ผลตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดคลาดเคลื่อน

การเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความวิตกกังวลและช่วยให้แพทย์วางแผนการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง โดยกรณีที่ผลตรวจอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงแบ่งออกเป็นสองลักษณะสำคัญ ดังนี้

ผลลบปลอม (False Negative) คือการตรวจพบว่าไม่ท้อง ทั้งที่ความจริงตั้งครรภ์

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลลบปลอม ได้แก่ การมาตรวจเร็วเกินไปหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ระดับฮอร์โมน hCG ในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะตรวจพบ หรืออาจเกิดจากความผิดพลาดในการประมวลผลทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบน้อยมาก หากผู้ป่วยยังมีอาการสงสัยว่าตั้งครรภ์ เช่น ประจำเดือนขาดยาวนาน แพทย์จะนัดมาเจาะเลือดซ้ำอีกครั้งในอีกสัปดาห์ถัดไป

ผลบวกปลอม (False Positive) คือการตรวจพบว่าท้อง ทั้งที่ความจริงไม่ได้ตั้งครรภ์

กรณีนี้สร้างความแปลกใจให้หลายคน แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทางการแพทย์ ได้แก่

  • การใช้ยาบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน hCG ซึ่งมักใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก
  • โรคทางกายบางชนิด เช่น เนื้องอกบางประเภท หรือมะเร็งบางชนิดที่สามารถผลิตฮอร์โมน hCG ออกมาได้ เช่น มะเร็งไข่ปลาอุก (Gestational Trophoblastic Disease)
  • ภาวะความผิดปกติของต่อมใต้สมองในผู้หญิงบางราย
  • ภาวะการแท้งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ทำให้ยังมีฮอร์โมน hCG ค้างอยู่ในกระแสเลือด

สัญญาณเตือนและอาการร่วมที่ควรพบแพทย์ทันที

สำหรับผู้ที่ตรวจพบการตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างรอผลตรวจ ควรสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องมาพบแพทย์โดยด่วน

  • อาการปวดท้องน้อยรุนแรงหรือปวดเฉียบพลันข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยหรือเลือดออกมาก
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือมีความดันโลหิตต่ำผิดปกติ
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดท้อง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผลการตรวจเลือดระบุว่าตั้งครรภ์ แต่มีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับมีเลือดออก ห้ามรอจนถึงวันนัดฝากครรภ์ตามรอบปกติเด็ดขาด ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่ออัลตร้าซาวด์ตรวจสอบตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อน

วิธีปฏิบัติและการเตรียมตัวเมื่อต้องการตรวจการตั้งครรภ์

การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดนั้นค่อนข้างสะดวกและไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยากเหมือนการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการบางประเภท ผู้รับการตรวจไม่ต้องงดน้ำและงดอาหาร สามารถเข้ารับบริการได้ทันทีที่สถานพยาบาล อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการให้ทราบถึงข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้

  • วันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายอย่างแม่นยำ
  • ประวัติการใช้ยา วิตามิน หรือฮอร์โมนเสริมต่างๆ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
  • ประวัติสุขภาพโรคประจำตัวและการรักษาภาวะมีบุตรยาก (ถ้ามี)

การดูแลตนเองหลังทราบผลตรวจและการป้องกันความคลาดเคลื่อน

หลังจากทราบผลการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด หากผลเป็นบวกและยืนยันการตั้งครรภ์ ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการฝากครรภ์คุณภาพกับแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการ การรับประทานวิตามินกรดโฟลิก และการอัลตร้าซาวด์เพื่อดูอายุครรภ์ที่แน่นอน

ในทางตรงกันข้าม หากผลตรวจเป็นลบแต่ประจำเดือนยังคงขาดหายไป แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสสาเหตุอื่นๆ ของประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ความเครียด หรือความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย การหลีกเลี่ยงการซื้อยาฮอร์โมนมารับประทานเองและการตรวจติดตามตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ คือแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down