ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กอดลูกแล้วตัวร้อนจี๋ ทารกแรกเกิดถึง 1 ปี ไข้สูงคือเรื่องใหญ่ที่คุณมองข้ามไม่ได้

ในฐานะกุมารแพทย์ผู้ดูแลเด็กเล็กมานาน ผมมักจะพบความกังวลใจของพ่อคุณแม่มือใหม่เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงวัยเปราะบางที่สุด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ อาการไข้จึงไม่ใช่แค่กลไกการต่อสู้กับเชื้อโรคตามธรรมชาติเหมือนในเด็กโต แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยที่อาจลุกลามไปสู่ภาวะโรคร้ายแรงได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง บทความนี้จึงรวบรวมองค์ความรู้ทางการแพทย์ทั้งหมด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจกลไก สังเกตอาการแดงซึม และรู้ทันสัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพาบุตรหลานเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทันที

ไข้ในทารกคืออะไร และวัดอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์

ตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทารกหรือเด็กเล็กจะถือว่ามีไข้เมื่อวัดอุณหภูมิร่างกายได้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส (100.4 ฟาเรนไฮต์) ขึ้นไป สำหรับทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน การวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก (Rectal temperature) เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด ส่วนทารกอายุ 3 เดือนถึง 1 ปี สามารถวัดทางทวารหนัก ทางรักแร้ หรือทางหูได้ แต่ต้องระวังเรื่องเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน การที่ทารกมีไข้สูงหมายถึงร่างกายกำลังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน แม้จะมีไข้เพียงเล็กน้อย ก็ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดทันที เนื่องจากทารกกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบโดยไม่มีอาการเฉพาะเจาะจง

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ในทารกและเด็กเล็ก

ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการแสดงของโรคหรือภาวะผิดปกติในร่างกาย โดยสาเหตุหลักในทารกแรกเกิดถึง 1 ปี แบ่งออกได้ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza), เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV), เอนเทอร์ไวรัส (Enterovirus) และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย (Rotavirus)
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: แม้จะพบน้อยกว่าไวรัส แต่มีความรุนแรงสูง เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI), ปอดอักเสบ (Pneumonia), และการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)
  • การได้รับวัคซีน: ทารกมักมีไข้ต่ำถึงปานกลางหลังการฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • ปัจจัยแวดล้อม: การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปในสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาจทำให้ทารกมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส

อาการและลำดับการดำเนินของโรค

อาการไข้ในทารกมักเริ่มต้นจากการที่ลูกน้อยมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น งอแงผิดปกติ นอนไม่หลับ หรือดูไม่สบายตัว ในระยะนี้หากเป็นการติดเชื้อไวรัสทั่วไป เด็กอาจมีน้ำมูกใส ไอเล็กน้อย หรือเบื่ออาหารร่วมด้วย แต่หากเชื้อโรคมีความรุนแรง อาการจะเริ่มเด่นชัดขึ้น ทารกจะเริ่มมีอาการซึม ไม่ร่าเริง ไม่ยอมดูดนม ปัสสาวะน้อยลง สีผิวอาจซีดหรือมีลายหินอ่อน (Mottled skin) ซึ่งแสดงว่าระบบไหลเวียนโลหิตเริ่มทำงานผิดปกติ ในระยะฟื้นตัว อุณหภูมิร่างกายจะค่อยๆ ลดลงสู่ภาวะปกติ และเด็กจะเริ่มกลับมาร1บประทานนมและยิ้มได้ตามปกติภายใน 3 ถึง 5 วัน

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ในทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน ห้ามรอจนครบกำหนดวันนัด:

  • ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน: ถือเป็นภาวะฉุกเฉินสูงสุด
  • ไข้สูงไม่ยอมลด: มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือให้ยาลดไข้แล้วอุณหภูมิไม่ลดลงเลย
  • อาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก: ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก หรือร้องกวนแบบไม่มีสาเหตุแต่เสียงเบาไม่มีแรง
  • หายใจผิดปกติ: หายใจหอบแรง ซี่โครงบุ๋ม ไหปลาร้าบุ๋ม หายใจมีเสียงครืดคราด หรือริมฝีปากและปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • สัญญาณภาวะขาดน้ำรุนแรง: ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมหน้าบุ๋มลึก ปากแห้งสนิท และไม่ได้ปัสสาวะนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizures): ตัวเกร็ง กระตุก ตาเหลือก หรือหมดสติ
  • มีผื่นขึ้นตามตัว: โดยเฉพาะผื่นจุดสีแดงหรือสีม่วงที่ไม่จางหายไปเมื่อใช้นิ้วกดและถู (Petechiae) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไข้กาหลังแอ่นหรือไข้เลือดออก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้ แม้จะดูร่าเริงดี ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อรุนแรงซ่อนเร้น ต้องได้รับการตรวจเลือดและปัสสาวะจากกุมารแพทย์ทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อท่านพาลูกน้อยมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ระยะเวลาที่มีไข้ ลักษณะการกินนม ปัสสาวะ ประวัติการฉีดวัคซีน และการติดเชื้อของคนในครอบครัว
  • การตรวจร่างกายอย่างละเอียด: ประเมินระดับความรู้สึกตัว การหายใจ ฟังเสียงปอดและหัวใจ ตรวจช่องปาก คอ หู และคลำต่อมน้ำเหลือง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Tests): ในกรณีที่หา สาเหตุไม่พบหรือมีไข้สูงเกิน 3 วัน แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดเพื่อดูเม็ดเลือดขาวและการอักเสบ (CBC), ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, หรือเก็บสิ่งส่งตรวจทางโพรงจมูกเพื่อหาเชื้อไวรัส เช่น RSV หรือไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการเอกซเรย์ปอดในเด็กที่มีอาการไอหรือหอบเหนื่อย

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการพยาบาลที่บ้าน

การรักษาไข้ในทารกจะเน้นไปที่การรักษาตามอาการและการหาสาเหตุเพื่อรักษาที่ต้นเหตุ ร่วมกับการดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้:

  • การให้ยาลดไข้ที่ถูกต้อง: ยาหลักที่ใช้คือพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับทารกอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เฉพาะเวลาที่มีไข้ ห้ามให้ติดต่อกันเกินขนาด
  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponging): ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย บิดหมาด เช็ดตามซอกคอ รักขา ข้อพับ และเช็ดวนเข้าหาหัวใจ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การให้นมและสารน้ำ: ให้ทารกดูดนมแม่หรือนมผงบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากเด็กอายุเกิน 6 เดือน สามารถจิบน้ำต้มสุกสะอาดทีละน้อยได้
  • การสวมใส่เสื้อผ้า: สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย ไม่ห่อตัวหรือห่มผ้าหนาจนเกินไป เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดี
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวลดไข้ควรทำควบคู่กับการให้ยาลดไข้ ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนาวสั่นมากขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในฐานะแพทย์ ผมพบข้อผิดพลาดบ่อยครั้งในการดูแลเด็กไข้สูงที่บ้าน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด: เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมอง
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้ลูกทานเอง: ไข้ส่วนใหญ่ในทารกเกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะไม่มีผลรักษาโรคไวรัสแถมยังสร้างเชื้อดื้อยาและทำลายระบบลำไส้ของเด็ก
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน: หรือในเด็กที่มีภาวะขาดน้ำ หรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะอาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารและส่งผลเสียต่อการทำงานของไต
  • ห้ามเช็ดตัวด้วยแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์จะซึมผ่านผิวหนังทารกทำให้เกิดพิษ และทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการเกิดไข้สูงสามารถทำได้โดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน:

  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีสารภูมิคุ้มกัน (Antibodies) ที่ช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อทางเดินหายใจและทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
  • การรับวัคซีนตามกำหนด: พาบุตรหลานไปรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนป้องกันโรคไอเมทอกคอคัส, วัคซีนโรตา, และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือก่อนอุ้มทารกหรือเตรียมรนม, ทำความสะอาดของเล่นและขวดนมอย่างสม่ำเสมอ, และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการรับมือไข้สูงในทารก

การมีไข้สูงในทารกแรกเกิดถึง 1 ปี เป็นสิ่งที่สร้างความวิตกกังวลให้ผู้เลี้ยงดูอย่างมาก หัวใจสำคัญคือความใจเย็น การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และการประเมินสัญญาณอันตราย (Red Flags) หากพบว่าลูกซึมลง หอบเหนื่อย อาเจียนพุ่ง หรือมีไข้สูงในเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน อย่ารอช้าเด็ดขาด ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย และทันท่วงทีครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down