ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการหายใจอกบุ๋มในทารก สัญญาณอันตรายที่พ่อแม่ต้องรู้

อาการหายใจอกบุ๋ม (Retractions) เป็นสัญญาณเตือนทางคลินิกที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในทารกแรกเกิดจนถึงเด็กอายุ 1 ขวบ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะหายใจลำบาก (Respiratory Distress) เมื่อเด็กเล็กมีความพยายามในการหายใจเข้ามากขึ้นเนื่องจากทางเดินหายใจส่วนล่างตีบตันหรือปอดมีการอักเสบ ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อบริเวณช่องซี่โครง คอ หรือหน้าท้องเข้ามาช่วยในการขยายปอด ส่งผลให้เห็นผิวหนังบุ๋มลงไปตามจังหวะการหายใจ นี่คือภาวะฉุกเฉินที่พ่อแม่ต้องตระหนักและรีบพาบุตรหลานไปพบกุมารแพทย์โดยทันที

เชื้อไวรัสตัวร้ายต้นเหตุปอดอักเสบในทารก

ในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก เชื้อก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดและสร้างความรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจมากที่สุดคือเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเชื้อ RSV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) และโรคปอดอักเสบ (Pneumonia) โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยและติดอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ

  • RSV (Respiratory Syncytial Virus): เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะปอดอักเสบในเด็กเล็ก ทำให้เกิดการบวมอักเสบของหลอดลมฝอยและมีเสมหะจำนวนมาก
  • Influenza (ไข้หวัดใหญ่): สามารถก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • Human Metapneumovirus (hMPV): มีอาการคล้ายคลึงกับ RSV แต่ในบางรายอาจมีความรุนแรงใกล้เคียงกัน

สัญญาณเตือนอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบไปพบแพทย์

หากพบอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทันที:

  • หายใจหอบเหนื่อย อัตราการหายใจเร็วกว่าเกณฑ์ปกติ (มากกว่า 50-60 ครั้งต่อนาทีในทารก)
  • มีอาการอกบุ๋ม ปีกจมูกบานขณะหายใจ หรือหน้าอกกระเพื่อมรุนแรง
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ซึมลง ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างต่อเนื่อง
  • ไข้สูงลอยเกิน 3 วัน หรือไข้สูงร่วมกับอาการชัก
  • มีภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติ (ผ้าอ้อมแห้งเกิน 6-8 ชั่วโมง)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ลูกทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากภาวะปอดอักเสบในทารกส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาเชื้อไวรัส และอาจส่งผลเสียต่อร่างกายเด็กได้หากใช้โดยไม่จำเป็น

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษา

กุมารแพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินความรุนแรงของการหายใจ การวินิจฉัยมักประกอบด้วย:

  • Physical Examination: การฟังเสียงปอดเพื่อหาเสียงวี๊ด (Wheezing) หรือเสียงครืดคราด (Crackles)
  • Rapid Antigen Test: การตรวจหาเชื้อไวรัส RSV หรือไข้หวัดใหญ่จากสารคัดหลั่งในโพรงจมูก
  • Chest X-ray: เอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินความรุนแรงของการอักเสบและภาวะแทรกซ้อน
  • Oxygen Saturation: การวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้วเพื่อประเมินระดับออกซิเจนในเลือด

การรักษาหลักคือการรักษาแบบประคับประคอง (Supportive Care) ได้แก่ การพ่นยาขยายหลอดลม การให้ออกซิเจนเสริม การดูดเสมหะอย่างถูกวิธี และการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในกรณีที่เด็กอ่อนเพลียจนไม่สามารถดื่มนมได้เอง

คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย เช็ดเข้าหาหัวใจและเน้นบริเวณข้อพับ ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม และให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่ดีที่สุดคือ:

  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้งทั้งผู้ดูแลและเด็ก
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่แออัดหรือที่ที่มีคนป่วย
  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยได้ดีที่สุด
  • ฉีดวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามตารางของกุมารแพทย์ให้ครบถ้วน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ต้องปฏิบัติ (Actionable Checklist)

  1. สังเกตจังหวะการหายใจของลูกทุกวัน หากพบหน้าอกบุ๋มต้องไปพบแพทย์ทันที
  2. งดการใช้ยาแก้ไอหรือยาละลายเสมหะเองในเด็กเล็ก เนื่องจากอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นจนอุดกั้นทางเดินหายใจ
  3. รักษาสุขอนามัยในบ้าน หมั่นทำความสะอาดของเล่นและของใช้ของลูก
  4. จดบันทึกอาการไข้และปริมาณการดื่มนมของลูกเพื่อแจ้งแพทย์
  5. ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กหากยังไม่ได้ตัดประเด็นเรื่องไข้เลือดออกออกไป
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down